นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนธันวาคมปี 2557 ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 89.7 ในเดือนพฤศจิกายน มาอยู่ที่ 92.7 ถือเป็นการเพิ่มขึ้นในรอบ 14 เดือน จากปัจจัยบวกของยอดคำสั่งซื้อ และยอดขายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์ รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับลดลงเป็นปัจจัยเกื้อหนุน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งลดลง
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมในอีก 3 เดือนข้างหน้า อาจจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปัญหาของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก พร้อมทั้งภาวะเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยน เบื้องต้นคาดการณ์ ว่า จะอยู่ที่ร้อยละ 101.7
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐเร่งพัฒนาระบบขนส่งและการคมนาคมให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเร็ว เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมทั้งเร่งเจรจาเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป หรือ FTA หลังจากที่ไทยโดนตัดสิทธิ GSP ไปก่อนหน้านี้ รวมทั้ง เร่งขยายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักที่เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป ประเทศจีน และญี่ปุ่น
ขณะที่นาย เจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 ว่า สภาอุตสาหกรรมฯ เห็นด้วยกับการเดินหน้าในการเปิดประมูลสัมปทาน เนื่องจากพลังงานเป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมทุกขนาดที่ต้องการใช้พลังงานในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และลดผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
หากมีการชะลอการเปิดสัมปทานล่าช้าออกไป ก็จะทำให้ประเทศต้องนำเข้าก๊าซ LNG เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีราคาสูง ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งดำเนินการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 โดยเร็วเพื่อความมั่งคงทางพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคตของประเทศต่อไป