กลุ่มปราสาททองโอสถ ซื้อช่อง ONE ถือหุ้น 50% (คลิป)


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ากลุ่มปราสาททองโอสถ เข้าซื้อหุ้นช่อง ONE จาก "วัน เอ็นเตอร์ไพรส์" และจะเข้าถือ 50% หลังซื้อหุ้นเพิ่มทุนกว่า 1,900 ล้านบาท

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน  แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้แจ้ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ได้มีมติรับทราบกรณีวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้ประกอบการ“ ช่อง ONE จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกเป็นจำนวน 1,905 ล้านบาท  โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 19 ล้าน 5 หมื่นหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึง บริษัทประนันท์ภรณ์ จำกัด   ซึ่งจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ก่อนที่  วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จะเพิ่มทุนจดทะเบียน

ทั้งนี้ แกรมมี่ ถือหุ้นในวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ 51% ของทุนจดทะเบียน และกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ถือหุ้นในสัดส่วน 49% ของทุนจดทะเบียน

ส่วนบริษัทบริษัทประนันท์ภรณ์ จำกัด ผู้ซื้อเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ซึ่งมีนางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 99.98% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อรวมทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นกับทุนจดทะเบียนเดิมของ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำนวน 1,905 ล้านบาท จะทำให้ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ มีทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน 3,810 ล้านบาท

ในการเพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จะแบ่งการเพิ่มทุนจดทะเบียนออกเป็น 2 ครั้ง โดยภายหลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียน ทั้ง 2 ครั้ง เสร็จสมบูรณ์แล้ว แกรมมี่จะเป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ 25.50% ของทุนจดทะเบียนส่วนกลุ่มนายถกลเกียรติ จะเป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ 24.50% ของทุนจดทะเบียน  สำหรับ บริษัท ประนันท์ภรณ์ จะเป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ 50% ของทุนจดทะเบียน

สำหรับ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้ถือหุ้นจำนวน100% ของทุนจดทะเบียนในบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด  หรือ ช่อง ONE ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการบริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ความคมชัดสูง HD จาก กสทช.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เหมือนกับกรณีที่กลุ่มสิริวัฒนภักดี ซื้อหุ้นอมรินทร์กรุ๊ป เพราะถือเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ เพื่อจะได้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในการผลิตเนื้อหาและดำเนินธุรกิจ ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นและเป็นผลดีกับประชาชน  ทั้งนี้ การซื้อหุ้นที่เกิดขึ้นทั้งสองกรณีไม่ได้เปลี่ยนแปลงการรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์จึงสามารถดำเนินการได้ไม่เป็นความผิด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการหาพันธมิตรเพื่อการดำเนินธุรกิจในกลุ่มกิจการโทรทัศน์จะเกิดขึ้นอีกมาก

ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงต้นสัปดาห์  อมรินทร์ทีวี ช่อง  34  ในเครือ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด ก็ได้ขายหุ้น 200 ล้านหุ้น ในราคา 4 บาท 25 สตางค์  ให้แก่ บริษัท วัฒนภักดี จำกัด  รวมเป็นเงิน  850 ล้านบาท หรือถือหุ้น 47 %  ทำให้กลุ่มเบียร์ช้างกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทันที การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ หลายฝ่ายประเมินว่าเป็นผลมาจากวิกฤติของเครืออมรินทร์ เพราะไม่เพียงแต่สื่อสิ่งพิมพ์จะได้รับผลกระทบจากสื่อ ดิจิทัล แต่ยังมีปัญหาการเงินหลังเข้ามาประมูลทีวีดิจิทัลด้วย

ขณะที่สื่อวิทยุ ก็ยังคงได้รับผลกระทบเช่นกัน ในวันที่ 22 พฤศจิกายน  ทาง บริษัท อสมท. จำกัด ได้ทำหนังสือแจ้งยกเลิกกิจการคลื่นวิทยุ Seed FM 97.5 MHz  ประสบปัญหาสภาพคล่อง รายได้ลด หลังเปิดมานาน 12 ปี

ขณะที่ล่าสุด สื่อสิ่งพิมพ์อย่าง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ก็ประกาศหยุดการผลิตหนังสือพิมพ์ และเลิกจ้างพนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เนื่องจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสื่อชนิดใหม่ๆที่เกิดขึ้นมามากขึ้น

โดยวันนี้ หุ้น GRAMMY ปิดตลาดราคาลดลง 20 สตางค์ ปิดที่ 9 บาท 90 สตางค์ , ส่วนหุ้นในกลุ่มปราสาททองโอสถ อย่าง BA หรือ บริษัทการบินกรุงเทพ ลดลง

 1 บาท 10 สตางค์  และ  BDMS ลดลง 10 สตางค์  ส่วนหุ้นกลุ่มสื่ออื่นๆ เช่น อมรินทร์ ราคาลดลง 45 สตางค์ อยู่ที่ 7 บาท 60 สตางค์ และ  MCOT ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 60 สตางค์

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ