วันนี้ (5 ธ.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าสร้อยมาลา อินเอี่ยม ณ จำปาสัก วัย 75 ปี ที่ยืนยันว่าตนเองเป็นทายาทของอดีตเจ้าลาวองค์สุดท้าย นำสร้อยตราประจำตระกูลรูปช้าง 3 เศียร รวมทั้งกำไลข้อแขนพญานาคี และนาคา หรือพญานาค ที่ชาวลาวเชื่อว่าเป็นตำนานที่มีอยู่จริงในแม่น้ำโขง ให้ผู้คนที่เข้าร่วมประมูลทรัพย์สินได้ชม ซึ่งของมีค่าทั้ง 2 สิ่ง แม้จะไม่นำออกมาประมูล แต่เจ้าสร้อยมาลา บอกว่า ได้เปิดกรุทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เก็บสะสมไว้จำนวนมากเพื่อนำออมาประมูล โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปทำบุญ น้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามที่ตั้งใจไว้
นอกจากแก้ว แหวน เงิน ทอง เพชร พลอย สมบัติเก่าแก่ที่เป็นมรดกตกทอดและเก็บสะสมมานับ 100 ชิ้น ยังมีสลุงเงินแท้ขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 9 กิโลกรัม ราคากว่า 2 ล้านบาท ที่ดุนลวดลายอย่างสวยงาม ถูกนำออกประมูลในครั้งนี้ด้วย รวมทั้งกรุผ้าไหม และผ้าทอพื้นเมืองโบราณเก่าเก็บจากลาวอีกนับพันผืน ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์เฮือนไหมเจ้าสร้อย ก็ถูกนำออกประมูล สนนราคาของผ้าไหมและผ้าทอโบราณ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ผืนละไม่กี่พันบาท ไปจนถึงหลักล้านบาท เช่นเดียวกับผ้าคลุมไหล่ที่ใช้เส้นทองคำถักทอที่ใช้คลุมอยู่เป็นประจำ ก็ทำจากทองคำล้วนๆ ได้ประมูลขายไปแล้ว 4 ผืน ผืนละ 250,000 บาท ขณะนี้เหลืออยู่เพียง 2 ผืน
เจ้าสร้อยมาลา ยืนยันว่า ผ้าทุกผืนไม่ได้ตั้งราคาขึ้นมาเอง แต่มีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและระบุมูลค่าของผ้าเหล่านี้ไว้ให้ เพราะหลายผืนมีความเก่าแก่ บางผืนใช้เส้นทองถักทอลวดลาย ซึ่งผืนที่แพงที่สุดมีราคากว่าล้านบาท ไม่ได้นำออกมาจัดโชว์ เพราะกลัวจะได้รับความเสียหาย แต่หากใครสนใจจริงๆสามารถติดต่อเพื่อขอชมและประมูลได้
เจ้าสร้อยมาลา ในวัย 75 ปี บอกว่า จะเปิดประมูลทรัพย์สินที่นำออกจากกรุสมบัติตั้งแต่วันที่ 3 – 13 ธันวาคมนี้เท่านั้น ผู้สนใจสามารถติดต่อขอชมและประมูลได้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. โดยราคาทรัพย์สินทุกชิ้นที่นำมาประมูลตั้งราคาเริ่มต้นลดจากราคาเต็มลงมาร้อยละ 50
เจ้าสร้อยมาลา ยังบอกอีกว่า ตนเองทำบุญมาตลอดชีวิตจนถึงทุกวันนี้ทำบุญแล้วหลาย 100 ล้านบาท จนสามี ที่เป็นอดีตข้าราชการที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ แซวและเรียกว่า อีนางตนบุญ สาเหตุที่ทำบุญเพราะเชื่อว่ายิ่งทำจะยิ่งมี และเมื่อแก่ชรามากขึ้นคิดว่าทรัพย์สมบัติที่มีคงนำติดตัวไปไม่ได้ จึงนำออกประมูลเพื่อแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ชื่นชม หรือสวมใส่ ส่วนหนึ่งในประชาชนที่เขาร่วมประมูล บอกว่า พอทราบข่าวว่าเจ้าสร้อยมาลาเปิดประมูลทรัพย์สินก็รีบเดินทางมา เพราะอยากชมทรัพย์สมบัติเก่าแก่ และถ้ามีกำลังมากพอก็อาจจะประมูลซื้อมาเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานได้ชม