รถเมล์ NGV นับร้อยคันของ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ถูกส่งมาถึงท่าเรือแหลมฉบังตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา แม้บริษัทมีกำหนดต้องส่งให้ ขสมก.ภายในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ แต่รถทั้งหมดกลับถูกอายัดไว้ เพราะมีข้อสังเกตหลายจุดบ่งชี้ว่า มีแนวโน้มสำแดงข้อมูลที่มาเท็จจริงเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษีมูลค่า 120 ล้านบาท
โครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV รอบนี้ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งถือเป็นการประมูลรอบ 2 เสนอราคาต่ำสุด 3,845 ล้านบาท ชนะคู่แข่งอย่าง กิจการร่วมค้า ช.ทวี ดอลลาเซียนฯ ขาดลอย แต่ที่น่าสังเกตคือ ราคากลางที่ ขสมก.กำหนดในรอบนี้ กลับเป็นราคาที่ ช.ทวีฯ เคยเสนอชนะประมูลได้ในรอบแรก ก่อนจะถูกยกเลิกการประมูลไปด้วยเหตุผลว่า ทีโออาร์ หรือ การกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าแข่งขันมีปัญหา
กิจการร่วมค้า ช.ทวี เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่าราคาที่เขาชนะประมูลรอบแรกถือว่าต่ำแล้ว และยิ่งราคาที่เสนอรอบ 2 ก็ถือว่าต่ำมาก บริษัทที่จัดหาในราคานี้ได้จึงต้องมีศักยภาพ นำเข้าชิ้นส่วนและมาประกอบในประเทศเท่านั้น แต่ก็แปลกใจว่าบริษัทคู่แข่ง กลับเสนอราคาได้ต่ำกว่าถึง 632 ล้านบาท เป็นเหตุผลให้ ช.ทวีฯ ทักท้วงเรื่องนี้หลายครั้งว่าไม่น่าจะทำได้จริง เพราะ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ไม่สามารถลดต้นทุนเรื่องภาษีด้วยการนำรถเข้ามาประกอบในประเทศเองได้
ทว่าข้อสังเกตนี้ขัดแย้งกับ คำยืนยันของ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ที่ระบุว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและทำได้จริง
นอกจากราคาประมูลที่ต่ำกว่าความเป็นจริง บริษัท ช.ทวีฯ ยังเคยทักท้วงว่าบริษัทเบสท์ริน ขาดคุณสมบัติเป็นคู่สัญญากับรัฐ เพราะเคยถูกรมศุลกากรดำเนินคดีข้อหาสำแดงเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์โดยสารยี่ห้อ โกลเด้นดราก้อน มาแล้ว
แม้ทาง ขสมก. จะออกมาปฏิเสธว่าเป็นคนละบริษัทกัน แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทชนะประมูลการประมูลครั้งที่ 2 กับ บริษัท เบสท์ริน คอร์ปอร์เรชั่น ที่ถูกดำเนินคดี ทีมข่าวพีพีทีวี พบว่าทั้งสองบริษัทมีรายชื่อผู้ถือหุ้นตรงกันหนึ่งราย