พลเมืองเน็ต ยันเดินหน้าจับตาใช้ พ.ร.บ.คอมพ์ ไม่เป็นธรรม แม้ กม. ผ่าน สนช.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชัดแล้ว พ.ร.บ.คอมพ์ ผ่าน สนช. วาระ 3 ด้วยมติเห็นชอบ 167 จาก172 เสียง ด้าน เครือข่ายพลเมืองเน็ต ยืนยันเดินหน้าจับตาการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

ภายหลัง ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ... ฉบับใหม่ ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำเข้าพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 วันนี้ (16 ธ.ค. 2559) ผลปรากฏว่าที่ประชุม สนช. มีมติ 167 จาก172 เสียง เห็นชอบ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว และเตรียมบังคับใช้ภายใน 120 วันนับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น

ก่อนหน้านี้ อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต ให้สัมภาษณ์ทีมนิวมีเดีย PPTV ยืนยันว่า แม้กฎหมายจะผ่าน สนช. ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่คำคัดค้านและข้อเสนอต่างๆ จากภาคประชาชน มักไม่ถูกนำมาเป็นประเด็นพิจารณาแก้ไข แต่อย่างไรก็ตามในฐานะเครือข่ายภาคประชาชน จะยังคงเดินหน้า ติดตามการบังคับใช้ที่ไม่เป็นธรรม เพราะตามบทบัญญัติใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ชัดเจนว่าขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพ การแสดงออก และความเป็นอยู่ส่วนบุคคล ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย

ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ... ฉบับใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาละเมิดสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ยังมีร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิเช่นด้วยกัน และจำเป็นที่ภาคประชาชนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ 1. พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.... และ 2. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... ซึ่งรายชื่อจากผู้ร่วมคัดค้านในแคมเปญรณรงค์ หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านเว็บไซต์ Change.org โดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต กว่า 3.6 แสนคนนั้น เป็นสิ่งยืนยันว่ามีคนจำนวนไม่น้อย ไม่เห็นด้วยกับตัวบทกฎหมายและกังวลถึงผลกระทบ ที่จะตามมาหลังการประกาศใช้

“การจับตาการบังคับใช้กฎหมาย จำเป็นต้องอาศัยเสียงและแรงผลักดันจากภาคประชาชน ประเด็นสำคัญคือทุกคนต้องไม่เงียบ หรือยอมให้รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ด้วยการแสดงจุดยืนและร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ ถึงผลเสียของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้กฎหมายจะผ่าน ตามกระบวนการขั้นตอนแต่ใช่ว่า จะนำมาเป็นข้ออ้างในการจำกัดเสรีภาพ และละเมิดสิทธิความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนได้”

ด้าน ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่ร่วมคัดค้าน เนื้อหาที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนในร่างแก้ไข พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ระบุว่า ขอขอบคุณผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านมากกว่า 360,000 คน เพราะทำให้เห็นว่าคนไทยจำนวนมาก มีความตื่นตัวที่จะออกมาปกป้องสิทธิของตนเองและผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ผลที่ออกมาถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก โดยยืนยันว่าเนื้อหาในร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เปิดช่องให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย

"ทางเรารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่ผลการพิจารณาออกมาเป็นเช่นนี้ พ.ร.บ.ควรออกมาเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชน แต่ในหลายจุดของร่างแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับเปิดช่องให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย ซึ่งไม่ใช่แค่แอมเนสตี้ที่แสดงความเป็นห่วง และเสนอให้มีการปรับแก้มาอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่ลงชื่ออีกกว่า 360,000 คน ตลอดจนประชาคมโลกเองก็จับตามอง สนช. อย่างใกล้ชิดเช่นกัน หลังจากนี้เราก็คงต้องติดตามกันต่อไปในเรื่องของการบังคับใช้และการแก้ไขในอนาคต" 

อ่านข่าว : พลเมืองเน็ต ชี้ “พ.ร.บ.คอมพ์” ขัดหลักเสรีภาพ และความเป็นส่วนตัว – ยอดค้านทะลุ 1.5 แสน

อ่านข่าว : พลเมืองเน็ต ย้ำ 5 เหตุผล ค้าน พ.ร.บ.คอมพ์ “ล้วงข้อมูล” – “บล็อคเว็บเบ็ดเสร็จ”

อ่านข่าว : ทำไมคนวงการไอทีถึงค้านพ.ร.บ.คอมพ์ฉบับใหม่?

อ่านข่าว : สนช. ผ่าน พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับใหม่ 167 เสียง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ