เหตุรถตู้โดยสารชนกับรถกระบะ บนถนนสาย 344 ขาเข้าจังหวัดระยอง ไฟที่ลุกไหม้เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้การช่วยเหลือยากขึ้น แม้แต่ผู้ที่มีประสบการณ์หรือทักษะเฉพาะก็ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะหากพลาดอาจทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลง หรือมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนและเกิดเพลิงไหม้ ในทางปฏิบัติของนักกู้ภัย ต้องประเมินความเสี่ยงการระเบิด ก่อนดับไฟและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งการช่วยเหลือเหตุอุบัติภัยนั้นถูกกำหนดเป็นกฎหมายอาญา มาตรา 374 ผู้ใดพบเห็นผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย แต่ไม่เข้าไปช่วยต้องระวางโทษจำคุกและปรับ กรณีนี้กฎหมายบัญญัติขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่มีทักษะทางการช่วยเหลือ แต่หากเหตุอันตรายนั้นเสี่ยงต่อชีวิตผู้ช่วยเหลือ ก็ไม่ควรเสี่ยงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลักสำคัญของการกู้ภัยคือต้องไม่เพิ่มจำนวนคนเจ็บหรือตาย นั้นหมายความว่าต้อง ประเมินความเสี่ยงทุกครั้งก่อนช่วยเหลือ และผู้ช่วยเหลือต้องมีทักษะเพียงพอ นักกู้ภัยแนะนำว่าหากพบเห็นเหตุการณ์ พลเมืองดีควรโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนประเมินว่า จะเข้าช่วยเหลือหรือไม่ตามความเหมาะสม
จิตริน ชาญกว้าง ถ่ายภาพ
ภนณัฐ พ่วงภู่ พีพีทีวี รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ขอ 3 เดือน สั่งเข้มตรวจ-จับ-ยึด รถตู้ฝ่าฝืนกฎหมาย
“นิกร จำนง” จ่อชงรัฐบาล ยกเลิก “รถตู้” ใช้มินิบัส 20 ที่นั่งแทน
โศกนาฏกรรมรถตู้โดยสาร แท้จริงเกิดจากติดตั้งแก๊สจริงหรือ? (คลิป)