โดยแนวทางของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน สปท. ที่จะเสนอรัฐบาลนั้นชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ใช้รถตู้ขนคนอย่างสิ้นเชิง แต่จำเป็นต้องมีกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ที่ไม่ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะลักษณะเฉพาะของรถตู้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรถโดยสารสาธารณะ จึงมีประตูเข้าออกทางเดียวและยิ่งอันตราย เมื่อถูกนำไปดัดแปลงให้รองรับคนได้มาก ต่อการวิ่งแต่ละเที่ยวเพื่อให้คุ้มค่ากับต้นทุนที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ นอกจากจะมีความเสี่ยงให้เกิดความสูญเสีย เวลาเกิดอุบัติเหตุในระดับสูง ผู้ที่เคยนั่งรถตู้โดยสารก็จะเคยมีอาการวิงเวียน หายใจไม่สะดวก และอ่อนเพลีย เพราะอากาศภายในหมุนเวียนไม่เพียงพอ ซึ่งมีโอกาสไม่น้อยที่จะเกิดขึ้นกับคนขับที่ต้องขับในระยะไกล
การแก้ปัญหาเรื่องนี้ตามข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน สปท. มีทางเลือกเดียวคือการยกเลิกใช้รถตู้มาวิ่งในระบบรถโดยสารธารณะอย่างเร่งด่วนที่สุด แต่ระหว่างที่ยังทำไม่ได้จำเป็นต้องพัฒนาปรับปรุงระบบความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยง เช่น การใช้รถตู้ที่มีประตูเข้าออก 2 ทาง หรือทางออกฉุกเฉิน ปรับเบาะโดยสารภายให้น้อยลง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และเตรียมอุปกรณ์ทุบกระจก ตัดสายเข็มขัดนิรภัย แต่ทั้งหมดจะทำให้ต้นทุนประกอบการเพิ่มสูงขึ้น แนวทางนี้เป็นข้อเสนอเฉพาะหน้า หากจะแก้ไขอย่างสิ้นเชิงและจำเป็นต้องทำ คือการยกเลิกใช้รถตู้ แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ลงทุนไปแล้ว
นายนิกร จำนง ระบุว่า สาเหตุที่ผู้ประกอบการลงทุนและนำรถตู้ มาวิ่งในระบบขนส่งโดยสารสาธารณะจำนวนมาก เกิดขึ้นเพราะนโยบายรัฐแก้ปัญหารถตู้เถื่อนโดยการรับรอง ให้รถตู้วิ่งรับส่งคนข้ามจังหวัดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อปี 2553 เพราะฉะนั้น หากจะยกเลิกและห้ามรถตู้วิ่งอีกต่อไป จำเป็นต้องหามาตรการที่ทำให้คนกลุ่มนี้เดือดร้อนน้อยที่สุด เพราะถือเป็นอุปสรรคในการเปลี่ยนผ่าน ส่วนตัวเตรียมเสนอให้นำรถโดยสารขนาดเล็ก หรือ มินิบัส 20 ที่นั่ง มาใช้งานแทน และแนวทางนี้ ก็เป็นทางเลือกที่กรมขนส่งทางบกเคยศึกษาไว้แล้วว่าปลอดภัยกว่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ขอ 3 เดือน สั่งเข้มตรวจ-จับ-ยึด รถตู้ฝ่าฝืนกฎหมาย
โศกนาฏกรรมรถตู้โดยสาร แท้จริงเกิดจากติดตั้งแก๊สจริงหรือ? (คลิป)