วันนี้ (12 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการขยายฐานภาษีของกรมสรรพากรที่จะดำเนินการเร่งด่วนในปีนี้ คือการดึงผู้ค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษีในรูปนิติบุคคล จากเดิมที่อยู่ในรูปของบุคคลธรรมดา เพื่อขยายฐานภาษีผู้ค้าที่ยังไม่เข้าสู่ระบบ และอุดช่องโหว่ภาษี โดยเฉพาะการซื้อขายใบกำกับภาษีปลอม
“อย่างย่านถนนข้าวสาร ถือเป็นอีกหนึ่งย่านธุรกิจที่มีผู้ค้ารายย่อยเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสอบถามผู้ค้าส่วนใหญ่ บอกว่ายังไม่เห็นด้วยที่ให้มีการจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อเข้าสู่ระบบภาษี เนื่องจากยังมีข้อจำกัดอยู่หลายด้าน”
ผู้ประกอบการร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าหนึ่ง บอกว่าเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐจะบริการจัดการเรื่องภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าค่าใช้จ่ายที่จะมาหักลบรายได้เพื่อคำนวนภาษียังเป็นข้อจำกัด เพราะปัจจุบันผู้ค้ารายย่อยส่วนใหญ่ซื้อวัตถุดิบจากตลาดขนาดเล็ก หรือ ซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งไม่มีใบกำกับภาษี เหมือนตามร้านขนาดใหญ่หรือร้านตามห้างสรรพสินค้า จึงเป็นเรื่องยากที่จะบริหารจัดการ
ซึ่งไม่แตกต่างจากผู้ประกอบการร้านขายเสื้อผ้าที่มองว่า การจดทะเบียนและเสียภาษีแบบนิติบุคคล ณ เวลานี้ยังไม่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่กรมสรรพากร เตรียมขยายฐานการเก็บภาษีในปีนี้กว่า 2.5 แสนร้านค้าทั่วประเทศ จะเป็นกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ ร้านทอง ร้านแว่นตา ร้านค้าอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเสื้อผ้า รวมไปถึงธุรกิจทัวร์ โรงแรม ธุรกิจนวด-สปา ร้านเสริมความงาม และธุรกิจรถนำเที่ยว
แม้ว่าขณะนี้กรมสรรพากรจะยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลามาตรการข้างต้นออกมาชัดเจน แต่ในระหว่างที่จะมีการเปลี่ยนผ่าน ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐเร่งสร้างความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะผู้ค้าส่วนหนึ่งยังไม่มีความเข้าใจเรื่องการเสียภาษี
สมภพ แซ่โง้ว ถ่ายภาพ
ขวัญ โม้ชา พีพีทีวี รายงาน