วันนี้ (15 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ระบุว่านักวิชาการหลายประเทศ ไม่ยอมรับข้อสรุปของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา 95% เนื่องจากไม่มีการระบุที่มาที่ไปของคณะผู้เชี่ยวชาญที่สรุปความเห็นดังกล่าว ขณะที่ผู้รายงานผลการวิจัยรายหนึ่ง ยังเป็นผู้แทนจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้บรรณาธิการวารสารที่ตีพิมพ์รายงานนี้ ได้ระบุในท้ายบทความเตือนว่า บทความดังกล่าวมีประเด็นปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ทั้งนี้ในบุหรี่ไฟฟ้ามีการเติมสารเคมีหลายๆ ชนิดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่ไม่ทราบผลกระทบในระยะยาว รวมทั้งการเติมสารเคมี ปรุงแต่งกลิ่นและรสที่เย้ายวน
กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก สำรวจพบว่าในปี 58 เด็กไทยอายุ 13-15 ปี มีอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้า 3.3% ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจะได้จำนวนเด็กอายุ 13-15 ปี ประมาณหนึ่งแสนคนใช้บุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นหากเปิดให้มีการขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเสรี จำนวนเด็กจะยิ่งเพิ่มขึ้นกว่านี้ จึงขอให้รัฐบาลยืนหยัดในนโยบายที่ห้ามนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเสรีต่อไป