โฆษณารถยนต์ออดี้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ โดยเล่าเรื่องผ่านพ่อคนหนึ่งที่กำลังเชียร์ลูกสาวแข่งรถกับเด็กผู้ชาย คำพูดของผู้เป็นพ่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่สอนลูกให้รู้สึกอ่อนด้อยกว่าเพศตรงข้าม และในตอนจบของเรื่อง เด็กหญิงที่ทุ่มเทอย่างเต็มกำลังในการแข่งขัน ก็สามารถเอาชนะเด็กผู้ชายไปได้ ช่วงท้ายของภาพยนตร์โฆษณานี้ระบุด้วยว่า ออดี้อเมริกามีพันธะสัญญาต่อการจ่ายค่าแรงอย่างเสมอภาค โฆษณานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คนอเมริกันจำนวนมากลุกขึ้นประท้วงผู้นำของพวกเขาให้ปฏิบัติต่อสตรีอย่างเท่าเทียม หลังมีคลิปฉาวที่ทรัมป์ดูถูกเพศหญิงถูกเปิดเผยออกมาในช่วงหาเสียง
ด้านบริษัทเบียร์ชื่อดัง บัดไวเซอร์ เล่าประวัติของนายอดอลฟัส บุช หนึ่งในผู้ก่อตั้งชาวเยอรมันที่เดินทางรอนแรมจากบ้านเกิดมาสู่สหรัฐฯ ในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อตามความฝันในการผลิตเบียร์ขาย แม้ว่าสถานะผู้ลี้ภัยของเขาไม่เป็นที่ต้อนรับโดยคนอเมริกันบางกลุ่ม แต่ในตอนท้ายบุชก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคและลงหลักปักฐาน กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่ได้ แน่นอนว่าโฆษณานี้ถูกมองว่าต่อต้านนโยบายกีดกันคนมุสลิมและผู้ลี้ภัยของทรัมป์ หลังตกเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในสังคมอเมริกัน บัดไวเซอร์ก็ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าเป็นเพียงการเล่าประวัติของผู้ก่อตั้งเท่านั้นและไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ขณะที่ ยังมีโฆษณาอีกหลายตัวที่ถูกตีความว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ เช่น โฆษณาอโวคาโด้จากประเทศเม็กซิโก ที่ถูกมองว่าเหน็บแนมแนวความคิดขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเม็กซิโกของทรัมป์ ขณะที่ในภาพรวม โฆษณาส่วนใหญ่ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันตามปกติในการขายสินค้าและบริการ
นอกจากนี้ การแสดงคั่นเวลาระหว่างพักครึ่งการแข่งขัน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีโอกาสว่าจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามที่ทราบกันดีว่านักร้องสาวเลดี้กาก้า เป็นนักวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ตัวยง หลายคนจึงคาดการณ์ว่าเธอน่าจะแสดงจุดยืนอะไรบางอย่างระหว่างทำการแสดง เหมือนกับที่ดาราฮอลลีวูดบางรายเอาเรื่องการเมืองไปพูดบนเวทีประกาศผลรางวัลก่อนหน้านี้
ซูเปอร์โบว์ล จึงเป็นอีกหนึ่งรายการแข่งขันที่ถูกกลบไปด้วยกลิ่นอายการเมือง ในยามที่สหรัฐฯ กำลังคุกรุ่นด้วยอารมณ์ของผู้คน และคงมีอีกหลายการแข่งขัน หลายเวทีหลังจากนี้ ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน