วันนี้ (5 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบถึงส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงผลกระทบต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยรวม
ทั้งนี้ควรปรึกษาร่วมกับองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. และหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้รอบด้าน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถแก้ไขปัญหาสินบนได้อย่างแท้จริง รวมทั้งควรคำนึงถึง ผลกระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และการเปิดช่องให้ผู้ตั้งใจให้สินบน ใช้โอกาสทางกฎหมาย ต่อสู้ให้พ้นผิดได้ เพื่อไม่ต้องรับผิดถึงขั้นติดคุกหรือไม่ รวมถึงควรพิจารณาเปรียบเทียบกับกฎหมายอื่นที่ใกล้เคียงกัน ว่าควรทำอย่างไรไม่ให้กระทบกับการบังคับใช้กฎหมายโดยรวม
ด้าน นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า กรณีการใช้ ม.44 เพื่อปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น จะช่วยให้เรื่องบางเรื่องมีการดำเนินงานที่สะดวกขึ้น แต่ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ระยะยาว ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องอาจจำเป็นต้องไปแก้ไขที่กฎระเบียบหรือกฎหมายมากกว่า ขณะที่การทำงานของรัฐบาลในการปราบปรามคอร์รัปชั่นในช่วงที่ผ่านมาถือว่าทำมาถูกทางแล้ว