วันนี้ ( 6 ก.พ. 60 ) เวลา 12.00 น. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่ได้อยู่ในภาวะถังแตก และยังอยู่ในกรอบตามนโยบายบริหาร แม้ตัวเลขเงินคงคลังเดือน ธ.ค.59 อยู่ระดับ 74,907 ล้านบาท จากสิ้นเดือน พ.ย.59 เงินคลังอยู่ที่ 193,277 ล้านบาทก็ตาม เนื่องจากกระทรวงการคลังได้บริหารจัดการเงินคงคลังของประเทศ เพราะไม่ต้องการเงินคงคลังอยู่สูงจนเกินไป โดยปัจจุบันได้กำหนดไว้ว่าเงินคงคลังระดับเดือนละ 50,000-100,000 ล้านบาท ถือเป็นระดับที่เหมาะสม หากมีจำนวนที่มากจนเกินไปจะเป็นภาระดอกเบี้ยได้
ทั้งนี้ ได้สั่งมอบหมายให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ศึกษาการแก้กฏหมายเงินคงคลัง เพื่อไม่ให้มีการกู้เงินโดยไม่จำเป็น เพราะปัจจุบันจะใช้วิธีการกู้เงินไว้เผื่อสำรองฉุกเฉิน แต่มีภาระดอกเบี้ย จึงจะแก้ไขให้เปิดทางกำหนดกู้เงินได้เช่นเดิม แต่ไม่ใช่การกู้มาเก็บไว้ เพื่อสร้างภาระดอกเบี้ยจ่าย
อย่างไรก็ตาม เงินสดคงคลัง เปรียบเป็นเงินที่คงเหลือในบัญชี หากมีจำนวนน้อยก็ยิ่งดี เพราะหากมีสูงเกินไปจะเป็นภาระต่อภาครัฐที่ต้องนำมาใช้จ่ายดอกเบี้ย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังก็มีเงินคงคลังสูงถึง 400,000-500,000 ล้านบาท และยืนยันว่ากระทรวงการคลังมีความสามารถที่จะกู้ได้ถึง 390,000 ล้านบาท ที่การกู้ได้ทั้งระยะสั้น หรือ ระยะยาว รวมทั้งยังมี วงเงินฉุกเฉินก็สามารถกู้ได้ 80,000 ล้านบาท เพียงพอที่รองรับการใช้เงินต่าง ๆ ของประเทศได้