ครอบครัวขานฤทธี นำลูกสาวของ นายกนกพรหม ขานฤทธี วัย 8 ขวบ เข้าพบพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยใช้ข้อมูลว่า ระหว่างที่นายกนกพรหม ถูกจับ ลูกสาวของเขามีอายุเพียง 8 เดือน จนถึงตอนนี้ นอกจากลูกสาวจะไม่ได้พบหน้าพ่อมาเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ครอบครัวของเขายังต้องสูญเสียทรัพย์สินจากการวิ่งเต้นต่อสู้คดีเป็นจำนวนมาก
พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงของครอบครัวนี้เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว จนมั่นใจได้ว่า นายกนกพรหม ขานฤทธี อาจเป็นผู้บริสุทธิ์ที่กลายเป็นแพะรับบาป หลังพบว่า หลักฐานสำคัญที่ถูกจับกุมและใช้ส่งฟ้อง คือ รถจักรยานยนต์คันก่อเหตุที่มีชื่อนายสมพงษ์ ขานฤทธี ลุงของนายกนกพรหมเป็นผู้ครอบครอง แต่เมื่อไปตรวจสอบจักรยานยนต์คันนี้ ได้ถูกขายทอดตลาดในลักษณะโอนลอยไปตั้งแต่ปี 2546 และเปลี่ยนมือไปแล้วถึง 3 รอบ ที่สำคัญ ข้อสงสัยของตำรวจที่มีต่อนายกนกพรหม เกิดขึ้นจากรูปพรรณของนายสมพงษ์ไม่ตรงกับผู้ก่อเหตุ จึงได้ให้พยานชี้ตัวบุคคลในครอบครัว เป็นที่มาให้นายกนกพรหมถูกจับ
พ.ต.อ. ดุษฎี เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรม พบพยานคนสำคัญ เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุคนสุดท้าย พยานคนนี้ยืนยันว่า รถได้ถูกขโมยไป ก่อนไปปรากฎว่ามีคนร้ายใช้ก่อเหตุในคดีนี้ และล่าสุดได้ติดตามจนพบตัวคนขโมยรถแล้ว จึงเตรียมใช้เป็นพยานใหม่ ยื่นคำร้องต่อศาลขอรื้อฟื้นคดีนี้
ส่วนนายกนกพรหม ยังถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำคลองเปรม โดยศาลฎีกาตัดสินใจต้องโทษจำคุก 23 ปี จนถึงตอนนี้รับโทษมาแล้ว 7 ปี