นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯได้คืนภาษีของประชาชนที่ยืนขอมาแล้วกว่า 40,000 ราย แบ่งเป็น 30,000 ราย หรือคิดเป็น 75% ขอคืนผ่านระบบพร้อมเพย์กว่า ส่วนที่เหลือ 10,000 ราย หรือคิดเป็น 25% เป็นการยื่นขอคืนภาษีแบบเดิม โดยยืนยันว่าการคืนภาษีไม่ได้ล่าช้า แต่จะดำเนินการคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ก่อนเป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ กรมฯ คาดว่าช่วงสุดท้ายของการคืนภาษี เดือน มี.ค. จะมีผู้เสียภาษีมายื่นขอคืนจำนวนมาก ซึ่งใกล้เคียงจากปีก่อนประมาณ 1 ล้านราย โดยกรมฯ ขอให้ผู้ที่ทำเรื่องขอคืนภาษี สมัครเข้าบัญชีพร้อมเพย์ จะได้รับเงินภาษีคืนอย่างรวดเร็ว และไม่ต้องกังวลว่ากรมสรรพากรจะไปตรวจสอบรายได้ เนื่องจากกรมมีข้อมูลเพียงชื่อ นามสกุล เลขผู้เสียภาษีเท่านั้น ไม่ได้รู้ข้อมูลในบัญชีของผู้เสียภาษี
สำหรับภาพรวมการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีกับกรมสรรพากร พบว่ามีการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตสูงกว่า 90% ส่วนที่เหลือเป็นการยื่นแบบเอกสารประมาณ 2-3% แบ่งเป็น การขอคืนภาษี ผ่านระบบพร้อมเพย์ 70% ส่วนที่เหลือเป็นการคืนภาษีสำหรับผู้ไม่ได้สมัครพร้อมเพย์ 20% และขอคืนแบบยื่นเอกสาร นับว่ามีประชาชนให้ความสนใจสมัครพร้อมเพย์ เพื่อความสะดวกในการคืนเงินภาษีและบริการทางการเงินผ่านออนไลน์มากขึ้น
"ประชาชนสมัครระบบพร้อมเพย์กับธนาคาร โดยใช้บัตรประชาชนหรือหมายเลขมือถือเพื่อแจ้งเอสเอ็มเอส เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้วจะส่งข้อมูลสอบถามไปยังธนาคารว่าผู้ยื่นแบบสมัครพร้อมเพย์หรือไม่ หากประชาชนสมัครพร้อมเพย์ กรมฯ จะคืนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์เพื่อเข้าบัญชีเงินฝาก โดยไม่ต้องจัดพิมพ์เช็ด เพื่อลดต้นทุน ทั้งเอกสารเช็ค การส่งทางไปรษณีย์ และประชาชนไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปรับเช็ค เป็นต้น"