เรียกได้ว่าแลกกันแบบหมัดต่อหมัด ระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่การเสียชีวิตของนายคิม จอง-นัม ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศก็ย่ำแย่ลงตามลำดับ จนล่าสุดถึงขนาดขับไล่ทูตออกจากประเทศ ตามด้วยคำสั่งห้ามพลเมืองของประเทศฝ่ายตรงข้าม เดินทางออกจากประเทศของตัวเอง
มาตรการต่างๆ ที่ทั้ง 2 ประเทศประกาศออกมา ตัวอย่างเช่นการยกเลิกระบบวีซ่าฟรี อาจจะดูรุนแรง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ร้ายแรงอะไร เพราะปกติแล้ว พลเมืองของ 2 ประเทศ ก็ไม่ค่อยจะเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่แล้ว
ในส่วนของความสัมพันธ์ทางการค้าของ 2 ประเทศก็มีน้อยมาก เป็นเกาหลีเหนือเสียอีก ที่ต้องพึ่งพามาเลเซียมากกว่า เพราะมีคนเกาหลีเหนือ เข้าไปทำมาหากินอยู่ในมาเลเซียไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานในเหมืองถ่านหิน ซึ่งเงินเดือนที่ได้เกือบทั้งหมด ต้องส่งกลับไปให้คิม จอง-อึน ไม่นับรวมร้านอาหารและกิจการอื่นๆปลีกย่อย ที่เป็นแหล่งรายได้ ส่งกลับไปเปียงยางแทบทั้งสิ้น ในขณะที่มีชาวมาเลเซีย เข้าไปทำงานในเกาหลีเหนือแทบจะนับหัวได้
นอกจากนี้ เกาหลีเหนือก็ไม่ต้องการที่จะสูญเสียความสัมพันธ์กับมาเลเซียไป เพราะมาเลเซียถือเป็นตลาดทางอ้อม ที่จะช่วยให้เกาหลีเหนือ ค้าขายกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า เกาหลีเหนือมีเพื่อนน้อยมาก ถ้าเสียมาเลเซียไปอีก รายได้ยิ่งหดหายไปใหญ่
ส่วนที่มีบางคนเกรงว่า คิม จอง-อึน อาจไม่พอใจถึงขนาดใช้วิธีที่ตัวเองถนัด คือสั่งยิงขีปนาวุธไปข่มขู่หรือถล่มมาเลเซีย ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างค่อนข้างจะแน่นอน เพราะถ้าทำแบบนี้ ก็เหมือนกับการประกาศสงครามโลกครั้งที่สามดีๆนี่เอง