เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ ได้เรียกผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว จำนวน 7 ราย มาให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี เก็บ DNA จากเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้ม ผม และขน หลังจากที่เก็บ DNA จากผู้ต้องหาไปแล้ว 11 ราย เพื่อนำหลักฐาน DNA ไปประกอบหลักฐานที่ปรากฏอยู่บนด้ามไขควง และหลักฐานในที่เกิดเหตุอื่น เพื่อแยกกลุ่มผู้ต้องหาให้ชัดเจนว่าใครเข้าไปอยู่ในที่เกิดเหตุในห้องพัก และมีส่วนร่วมในการฆาตกรรมอย่างชัดเจน
ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายโอนคดีให้กับทางกองปราบเป็นผู้ดูแลคดีนี้ พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชะอำ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการ แต่ทราบว่าการขอโอนความรับผิดชอบคดีเป็นความต้องการของญาติผู้ผู้เสียชีวิต ซึ่งญาติกล่าวชัดเจนว่าพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชะอำ แต่เหตุที่ขอโอนย้ายคดีเนื่องจากความสะดวกในการดำเนินคดี และแม้ตำรวจจะให้ความเป็นธรรม แต่ในส่วนอื่นอาจถูกคุกคามได้ ซึ่งหากสามารถสร้างความมั่นใจและสบายใจแก่ผู้เสียชีวิต ตนก็ยินดี
ส่วนของการคุ้มครองพยานหลังเกิดเหตุ และญาติผู้เสียชีวิตตั้งประเด็นว่าเกรงจะมีการข่มขู่พยาน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครองพยานทั้งหมดรวม 12 ราย โดยคุ้มครองประกบเป็นรายบุคคล ตลอด 24 ชั่วโมง และขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการข่มขู่พยานใดๆ ส่วนการให้ประกันตัวและการปล่อยตัว ผู้ต้องหาทั้ง 18 ราย ยืนยันดำเนินการตาม ป.วิอาญา มาตรา 134 อย่างถูกต้องทั้งหมด แต่หากพบมีการข่มขู่พยานหรือยุ่งเหยิงกับหลักฐาน จะยกเลิกการประกัน และการปล่อยตัว ทั้งนี้จะควบคุมตัวทันที