ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปฏิบัติการเข้าตรวจค้น โดยเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ เวลาประมาณ 06.15 น. เป้าหมาย คือ อารามปริสุทโธ ตั้งอยู่ในหมู่ 12 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เมื่อแสดงหมายค้นและประสานงานกับผู้ดูแลเข้าไปภายในได้ เจ้าหน้าที่พบว่า ชั้น 2 ของอาคารถูกตกแต่งคล้ายห้องประชุม และยังมีเอกสารที่เคยใช้ในการยื่นถวายฎีกา, คำขอคุ้มครองชั่วคราว และคำให้การของพระผู้ใหญ่วัดพระธรรมกายจำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เชื่อว่าเป็นไปได้ที่อาคารแห่งนี้ จะเป็นสถานที่ประชุมวางแผนของวัดพระธรรมกายในช่วงที่ผ่าน ตรงกับเบาะแสที่เคยได้รับว่า มีพระผู้ใหญ่ของวัดเข้าออกอย่างผิดปกติ
นอกจากนี้ ยังพบเสื้อแขนยาวสีเหลือง คล้ายลักษณะของเสื้อที่พระธัมมชโยสวนใส่อีก 2 ตัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับ ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบบุคคลเข้าออก
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า อารามปริสุทโธ อยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามมาตรา 44 และปฏิบัติการครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่ฝ่ายสืบสวนจัดชุมติดตามตัวพระธัมมชโยจนได้รับเบาะแส และหลังจากนี้ หากประชาชนคนใดพบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพระธัมมชโย ก็ขอให้แจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์สายด่วน 1202
ด้านพล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ได้เฝ้าดูการเดินทางออกนอกประเทศของพระธัมมชโยมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ปรากฎข้อมูลว่า มีการเดินทางตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย ส่วนพรมแดนธรรมชาติ ก็ได้ประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาดูอยู่ตลอด ทั้งทางบก อากาศและน้ำ
อย่างไรก็ตาม หากพระธัมมชโยหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะหลุดรอดสายตายของเจ้าหน้าที่ได้อย่างแน่นอน เพราะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศต่อกันตลอดเวลา ถ้าพบก็จะขอความร่วมมือประเทศปลายทาง ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติตามปกติกับผู้ต้องหาหลบหนีคดีทุกคน