สำหรับรถเมล์ที่วิ่งให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจุบันมีมากกว่า 200 สาย แต่การบริหารจัดการที่ยังขาดประสิทธิภาพ ทั้งการทับซ้อนของเส้นทาง จำนวนรถที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้การบริการด้อยคุณภาพกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ความเป็นจริงระบบขนส่งสาธารณะจะต้องเป็นการขนส่งที่มีไว้อำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนในประเทศ
นี่จึงเหตุผลที่กระทรวงคมนาคม ต้องขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ใช้มาตรา 44 เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ทั้งการเพิ่มความรวดเร็วของรถในการรับผู้โดยสาร และลดการทับซ้อนของเส้นทางลง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ระบุชัดเจนว่า การแก้ปัญหาที่สำคัญ คือ การกำกับดูแลเรื่องการออกใบอนุญาต และต้องพิจารณาเส้นทางการเดินรถใหม่ให้เหมาะสม หากเส้นทางใดมีระยะทางที่ไกลเกินไป ก็จำเป็นต้องตัดทอนลง เพื่อลดการขาดช่วงของรถเมล์ แนวคิดนี้ผู้ใช้บริการรถเมล์ส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นด้วยเพราะมองว่าจะสามารถแก้ไขปัญหารถเมล์ในปัจจุบันได้
แม้ว่าขณะนี้รัฐบาล คสช.จะยังไม่พิจารณาใช้มาตรา 44 แต่กระทรวงคมคนาม ยืนยันว่าจะดำเนินการส่งแผนให้คสช.พิจารณาอีกครั้งในอีก 3-6 เดือน และจะต้องเร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ และประชาชนผู้ใช้บริการให้เกิดความเข้าใจ เพราะการปฏิรูปจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง และหากคสช.พิจารณาใช้มาตรา 44 ตามที่เตรียมเสนอ คาดว่าจะใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดประมาณ 3 เดือน
"นี่อาจจะเป็นความคิดเห็นส่วนหนึ่งที่อาจจะสะท้อนได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องมีปฏิรูปรถเมล์อย่างจริงๆจังๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้บริการต่างคาดหวังในการปฏิรูปรถเมล์ครั้งนี้ นั่นก็คือการได้ใช้บริการที่มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น"
ณัฐพล ศิราคำ ถ่ายภาพ
ขวัญ โม้ชา พีพีทีวี รายงาน