นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค.60 กระทรวงการคลังได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการให้บริการวางอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) โดยมีเป้าหมายกระจายเครื่อง อีดีซี ให้กับร้านค้าและหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศรวมกว่า 560,000 ราย ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจมีช่องทางการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ส่งเสริมการกระจายเครื่องรับบัตรหรือจุดรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมอบใบอนุญาตให้กับผู้มีสิทธิ์ให้บริการวางอุปกรณ์อีดีซี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสมาคม ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารธนชาต และ กลุ่มกิจการค้าร่วมโครงการอี-เพย์เมนต์ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย โดยจะเริ่มทยอยวางอุปกรณ์ทันที คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรก ปี 61 ถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและร้านค้า เพราะจะมีการปรับลดค่าธรรมเนียมการรับบัตรเดบิตที่ปกติจะเก็บในอัตรา 1.5 – 2.5 % ของมูลค่าเงินที่ชำระ เป็นเพียงไม่เกิน 0.55% เท่านั้น
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้มีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนร้านค้าที่ติดตั้งอุปกรณ์ฯ โดยให้ร้านค้าสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการรับบัตรไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 รวมทั้งยังมีมาตรการจูงใจผ่านการชิงโชคการใช้บัตรเดบิตให้ประชาชนและร้านค้า เพื่อกระตุ้นการใช้บัตรและชำระเงินในระบบอี-เพย์เมนต์ โดยจะจัดแคมเปญแจกรางวัล ให้ผู้ใช้และร้านค้าได้มีสิทธิลุ้นโชคจากการชำระเงินผ่านเครื่องรับบัตรและตู้เอทีเอ็ม เป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.60 หรือการใช้บริการในเดือนพ.ค.60 เป็นต้นไป โดยมีรางวัลรวมมูลค่าสูงถึงงวดละ 84 ล้านบาท