สงครามยึดคืนเมืองอเลปโป จบสิ้นไปนานกว่า 3 เดือนแล้ว แต่เมืองก็แทบไม่เหลือสภาพของเมืองให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เพราะมีแต่กองเศษหินเศษปูนทับถมอยู่ทั่วไป ทำให้รัฐบาลซีเรียต้องเข้าไปบูรณะใหม่ทั้งหมด แต่การฟื้นฟูเมืองอเลปโปกลับเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะติดปัญหางบประมาณ ที่ต้องใช้จำนวนมหาศาล ซึ่งประเทศที่รับปากว่าจะช่วยก็ยังไม่ทำตามที่บอก
ทุกข์หนักจึงไปตกอยู่ที่บรรดาผู้อพยพหลายล้านคน ที่ส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ตามค่ายผู้ลี้ภัย ที่กระจายตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ รวมถึงในต่างประเทศ คนพวกนี้บอกว่า ต่างรอคอยนับวันที่จะได้เดินทางกลับบ้าน แต่ตอนนี้บ้านเหลือเพียงเศษปูน จะกลับไปซ่อมแซมเองก็ทำไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปเอาเงินทุนมาจากไหน ตอนนี้ทำได้ก็เพียงรอให้รัฐบาลสร้างบ้านให้ แต่ทุกอย่างก็ช้า
ผู้อพยพเหล่านี้มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เพราะต้องอาศัยอยู่รวมกันภายในเต็นท์หลังเล็กๆ น้ำท่าและไฟฟ้าก็ไม่มีให้ใช้ สิ่งที่คอยให้ความสว่างในยามค่ำคืนก็มีเพียงไฟฉายหนึ่งกระบอก ต่อเต็นท์ 1 หลังเท่านั้น ในแต่ละวันของผู้อพยพก็ผ่านไปอย่างไร้ค่า เพราะไม่มีอะไรให้ทำ บางคนฆ่าเวลาด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อจะนำมาเป็นอาหารให้ลูกๆ ส่วนเด็กๆ ไม่มีโรงเรียนให้ไป เวาลทั้งวันจึงหมดไปกับการวิ่งเล่นเท่านั้น
แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่อยากกลับบ้านเกิดใจจะขาด แต่ไม่สามารถทำได้ คนกลุ่มนี้คือคนที่มีการศึกษาค่อนข้างสูง เช่นแพทย์ ครู นักวิชาการ หรือแม้แต่สื่อมวลชน
เหตุผลก็คือคนพวกนี้ถูกขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาลของนายบาชาร์ อัล อัดซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ว่าเป็นพวกฝักไฝ่ฝ่ายตรงข้าม ที่ต้องการโค่นล้มอำนาจของนายอัดซาด ซึ่งถ้าใจกล้าเดินทางกลับเข้าไป ผลลัพธ์คือถูกจับยิงเป้าสถานเดียว