ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อตรวจสอบอาคารที่ถูกเพลิงไหม้เมื่อคืนนี้ โดยอาคารที่เกิดเหตุคือ อาคาร 2 เป็นอาคารเก่า อายุ มากกว่า 30 ปี มีทั้งหมด 4 ชั้น จุดเพลิงไหม้ คือ บริเวณ ชั้น4 เป็นห้องทำงานเลขานุการรองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ห้องทำงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำการประปาส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ และห้องเก็บเอกสาร ชั้นที่ 4 เสียหายทั้งหมด ไฟไหม้เพียงชั้นนี้ชั้นเดียว
ขณะที่ ชั้นอื่น อย่างชั้น 1 ฝ่ายบัญชี ชั้น 2 ห้องประชุม และชั้น 3 ฝ่ายปฏิบัติการ ไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยการเกิดเพลิงไหม้ชั้น 4 เพียงชั้นเดียวซึ่งเป็นที่เก็บเอกสาร ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตภายในหน่วยงานซึ่งกำลังถูกตรวจสอบจาก ป.ป.ช. และ สตง.จะหายไปด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่เข้าข่ายทุจริต และกำลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขณะนี้ มีด้วยกัน 7 เรื่อง 1.กรณีใช้หลักประกันปลอมงานประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ในพื้นที่ กปภ.เขต 3, 2.ทุจริตจัดซื้อแก๊สคลอรีนเหลว, 3.ทุจริตดูแลทรัพย์สินในพื้นที่โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาจันทบุรี, 4.การก่อสร้างอาคารปฏิบัติการ ของ กปภ.เขต 1 จ.ชลบุรี ผู้รับจ้างใช้หนังสือค้ำประกันจากบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยส่งผลให้ กปภ.เกิดความเสียหาย
ส่วน 5.โครงการจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาปราณบุรี-หัวหิน วางท่อไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐาน ท่อแตกชำรุดจำนวนมาก, 6. โครงการก่อสร้างโรงสูบน้ำหนองหิน อ.เมือง จ.ขอนแก่น สร้างเสร็จ แต่ใช้งานไม่ได้ และ 7.กรณีการส่งคืนแกนมาตรทองเหลืองจากการเปลี่ยนมาตรวัดน้ำ
ทั้งหมดนี้ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ยืนยันว่า เอกสารที่ถูกไฟไหม้ไม่มีเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทุจริต โดยเอกสารตรวจสอบทุจริตถูกเก็บไว้ที่อื่น ส่วนการประเมินความเสียหาย ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ ทราบเพียงแค่ชั้นที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนอาคารดังกล่าวถือเป็นอาคารเก่าที่สร้างมานานกว่า30ปี จึงไม่มีระบบดับเพลิง มีเพียงการติดตั้งสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ และถังดับเพลิงเท่านั้น