ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลสำรวจล่าสุดจาก Economist Intelligence Unit ซึ่งสำรวจค่าครองชีพในเมืองต่างๆ 133 แห่งทั่วโลก โดยเปรียบราคาสินค้าและบริการ 160 ประเภท สิงคโปร์ยังคงครองอันดับหนึ่งในฐานะเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามมาด้วยฮ่องกง ซูริค โตเกียว และโอซากา
ทั้งนี้ สิงคโปร์มีค่าครองชีพสูงกว่านิวยอร์กโดยเฉลี่ยถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรุงโตเกียว กลับเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับแรกได้อีกครั้ง (จากอันดับ 11 ปีที่แล้ว) เนื่องจากสกุลเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ จะสังเกตได้ว่าใน 6 อันดับแรกของเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด 5 เมืองอยู่ในเอเชีย
ขณะเดียวกันหลาย ๆ เมืองในยุโรป ซึ่งเคยยึดอันดับในท็อปเทนเป็นส่วนใหญ่เมื่อสิบปีที่แล้ว ปัจจุบันเหลือเพียง 4 เมืองเท่านั้น โดยในส่วนของกรุงลอนดอน อันดับต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากค่าเงินปอนด์ที่ดำดิ่งจากผลประชามติเบร็กซิทได้ฉุดค่าครองชีพลงไปด้วย เช่นเดียวกับเมืองในสหรัฐอเมริกาที่ต่างก็อันดับลดลงเช่นกัน แม้ว่าค่าครองชีพจะสูงขึ้นเมื่อเปรียบกับ 5 ปีที่แล้ว โดยจาก 16 เมืองของสหรัฐฯ มีเพียงเมืองเดียวที่อันดับขยับขึ้น
ส่วนกรุงเทพ ติดอันดับที่ 51 ร่วมกับกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี และเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ส่วนเมืองที่ค่าครองชีพต่ำที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ เมืองอัลมาตีของคาซัคสถาน เมืองลากอสของไนจีเรีย และเมืองบังกาลอร์ ของอินเดีย