สำหรับการแถลงจุดยืนของภาคประชาสังคม เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ จากกระแสข่าวการโจมตีใส่ร้ายจากกลุ่มทุนพลังงานว่า เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ. ต้องการเข้าไปมีผลประโยชน์ นั่งเป็นกรรมการในบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งกลุ่ม คปพ. ได้ยืนยันว่า จะไม่รับตำแหน่งกรรมการในบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ทั้งสิ้น กลุ่ม คปพ. ยังได้โต้แย้งประเด็นที่หม่อมราชวงศ์ ปรีดียาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้ง 2 ฉบับ เป็นร่างกฎหมายที่ไม่ฟังเสียงความต้องการของประชาชน ให้อำนาจคณะบุคคลใช้ดุลพินิจมากเกินไป อาจก่อให้เกิดช่องว่างในการทุจริตได้ ซึ่งหากร่างกฏหมายฉบับนี้ผ่านก็จะทำให้ธุรกิจพลังงานผูกขาดกับเอกชนรายเดิม
นอกจากนี้กลุ่ม คปพ.มองว่า หากมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ทรัพย์สินทั้งหมดของผู้รับสัมปทาน เช่น แท่นขุดเจาะปิโตรเลียมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจปิโตรเลียมจากทั้ง 2 แหล่งนี้ จะตกเป็นกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์แก่รัฐ และทางเครือข่ายประชาชนจะเตรียมชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายปิโตรเลียม จนกว่านายกรัฐมนตรี จะยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าว