นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี เนื่องจากแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นและดีกว่าที่ประเมินไว้เดิม จากการส่งออกสินค้าที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน พร้อมทั้งได้ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ใหม่ ว่าขยายตัวเป็น 3.4% จากเดิมที่คาดไว้ 3.2% และปรับเพิ่มตัวเลขการส่งออกของไทยขยายตัว 2.2% จากเดิมที่คาดไว้ 0% เท่านั้น
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น จากการส่งออกสินค้าที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มฟื้นตัวและการใช้จ่ายของภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ส่วนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่แนวโน้มของเศรษฐกิจไทย ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งผลของนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ปัญหาเสถียรภาพการเงินจีน รวมถึงพัฒนาการทางการเมืองและปัญหาภาคการเงินในยุโรป
"เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงอีกมาก โดยเฉพาะจากด้านต่างประเทศ คณะกรรมการ กนง.จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง" นายจาตุรงค์ กล่าว
สำหรับระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ สามาาถรับมือความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจการเงิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ค่อนข้างดี แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงในบางจุด ทั้งความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจที่ด้อยลง และพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ในภาวะดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงของตลาดที่ต่ำกว่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม แม้ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้นแต่ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนอยู่มาก โดยเฉพาะจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินของ ประเทศอุตสาหกรรมหลัก ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำ คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่า นโยบายการเงิน ยังควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง และพร้อมใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ