พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากนี้การให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเรื่องความคืบหน้าเหตุระเบิดบริเวณทางเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามใกล้ห้างสยามพารากอน จะเป็นหน้าที่ของ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เพียงผู้เดียว เพื่อให้ข้อมูลต่างๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุได้เก็บวัตถุพยานหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เชื่อว่าจากหลักฐานที่เก็บไว้ได้จะนำไปสู่การออกหมายจับและการจับกุมคนร้ายในคดีนี้ได้ สำหรับประเด็นการก่อเหตุมองไว้หลายประเด็นโดยยังไม่ตัดทิ้ง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะชี้ไปในทิศทางใด
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แจ้งให้เฝ้าระวังจุดที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง รวมทั้งสถานที่ที่มีชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยยอมรับว่าคนที่จ้องจะก่อเหตุมีโอกาสมากกว่าคนเฝ้าระวัง ทั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น แต่ต่อไปอาจต้องจัดเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบให้มากขึ้น
ส่วนเรื่องภาพคนร้ายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด พล.ต.อ.สมยศ ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่มั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดจากพยานหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ตำรวจจะสามารถขออนุมัติออกหมายจับคนร้ายได้เร็วๆ นี้
ขณะที่ช่วงสายวันนี้ (2 ก.พ. 58) พล.ต.ท.ประวุฒิ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิด หลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดบริการทำบัตรประชาชนของ กทม.
เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ากลุ่มใดเป็นผู้ก่อเหตุ จึงยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเมือง การสร้างสถานการณ์ หรือความขัดแย้ง โดยฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดทั้งหมด ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นไปป์บอมบ์ซึ่งเป็นระเบิดแรงดันต่ำ ไม่สร้างความเสียหายรุนแรง
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ไปร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย แต่จะไม่ขอเปิดเผยถึงรายละเอียดเนื่องจากเป็นคดีละเอียดอ่อน โดย ผบ ตร.กำชับให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล สันติบาล และตำรวจกองปราบปราม ร่วมกันคลี่คลายคดีเพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสร้างความเสียหายกับภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก
ขณะที่ ความคืบหน้าการประชุมร่วมระหว่างตำรวจนครบาลกับชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบมีผู้ต้องสงสัยชาย 2 - 3 คน ถือถุงพลาสติกสีส้มที่คาดว่าจะใช้ใส่วัตถุระเบิด แต่ขณะนี้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งกล้องบางส่วนชำรุด
สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในการประกอบระเบิดพอสมควร ซึ่งจากการตรวจสอบเหตุระเบิดย้อนหลัง พบว่าระเบิดประเภทนี้เคยนำไปก่อเหตุในช่วงการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่เขตมีนบุรี เมื่อเดือน เม.ย. 57 ที่ผ่านมา จึงตั้งข้อสันนิษฐานนี้ไว้ก่อน โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ร้อยละ 90 เป็นการก่อเหตุที่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง