นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) มั่นใจว่าค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ ค่า Ft งวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 58 มีโอกาสปรับลดลงตามราคาต้นทุนเชื้อเพลิงทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ยังไม่สามรถระบุได้ว่าจะลดลงเท่าใด เพราะมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของประชาชนและอัตราแลกเปลี่ยนเป็นส่วนประกอบด้วย รวมถึงเรกูเลเตอร์ยังอยู่ระหว่างจัดทำโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานใหม่เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ด้านนายวีระพล จิรประดิษฐกุล เรกูเลเตอร์ กล่าวถึงโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานใหม่ที่จะใช้ระหว่างปี 2558-2560 ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะประกาศได้ในเดือน พ.ค.นี้ เบื้องต้นจะอยู่ในอัตราที่ไม่สูงจากเดิมเพราะมีการดูแลต้นทุนที่ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มการลงทุนของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งที่อาจต้องจะเลื่อนออกตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเพียงเล็กน้อย หรือร้อยละ 1 - 2 ต่อปี จากเดิมที่เคยเติบโตร้อยละ 4 - 5 ต่อปี
ขณะที่ นายไกรสีห์ กรรณสูต หนึ่งในเรกูเลเตอร์ ระบุว่า เตรียมเจรจาผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนทั้งรายใหญ่และรายเล็ก เพื่อขอให้เลื่อนระยะเวลาส่งไฟฟ้าเข้าระบบออกไปก่อน หากพบว่าปริมาณสำรองไฟฟ้าในระยะ 10 ปีจากนี้ อยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานที่ร้อยละ 15 เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชน ทั้งนี้การที่ปริมาณสำรองมีสูงนั้น มาจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงต่ำกว่าประมาณการไปด้วย
สำหรับปัจจุบันค่าไฟฟ้าของไทยงวดปัจจุบัน หรือตั้งแต่เดือน ม.ค. - เม.ย. อยู่ที่หน่วยละ 3.86 บาท เป็นค่าไฟฟ้าฐานหน่วยละ 3.27 บาท ค่าเอฟทีหน่วยละ 59 สตางค์ ซึ่งค่าเอฟทีจะเปลี่ยนแปลงทุกๆ 4 เดือน ตามต้นทุนเชื้อเพลิง