ทุ่นระเบิดหลากหลายชนิด เกือบ 3,000 ทุ่น ถูกนำมาระเบิดทำลายทิ้ง หลังจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติและสมาคมผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือนไทยเก็บกู้มาได้จากป่าชายแดนไทย กัมพูชา พื้นที่บ้านจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ดังกล่าวได้กว่า 5,000 ทุ่น คืนพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ชุมชนได้กว่า 2.3 ตารางกิโลเมตร
ทุ่นระเบิดเหล่านี้ตกค้างมาจากสงครามและการสู้รบระหว่างฝ่ายต่างๆ ในหลายยุคสมัย ตลอด 38 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการสู้รบที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านแต่ล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย ซึ่งแต่ละปีมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์หลายชีวิตต้องสังเวยให้ทุ่นระเบิด ไม่พิการ ก็เสียชีวิต
นางเมา แสนสุข หญิงวัย 61 ปี ชาวบ้านจากอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอถูกทุ่นระเบิดขณะนั่งรถโดยสารข้ามสะพานข้ามคลองในหมู่บ้านของเธอ แรงระเบิดทำให้ขาข้างหนึ่งของเธอขาดตั้งแต่หัวเข่าลงไป ส่วนขาอีกข้างหักบิดเบี้ยวใช้การไม่ได้
ถึงเหตุระเบิดเมื่อ 38 ปีก่อนจะทำร้ายเธอจนพิการ แต่นั่นไม่อาจเทียบได้กับสภาพจิตใจของเธอที่ต้องสูญเสียลูกสาววัย 8 ขวบ น้องสาว และเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่นั่งรถโดยสารมาด้วยกัน
ตั้งแต่ปี 2545 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักของไทยที่ทำหน้าที่กวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ 24 จังหวัดติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน คิดเป็นพื้นที่กว่า 2,500 ตารางกิโลเมตร
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศไทยเหลือพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดอีกกว่า 422 ตารางกิโลเมตรใน 14 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา ประมาณ 260 ตารางกิโลเมตร ที่เหลือเป็นพื้นที่ชายแดนไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 70 ตารางกิโลเมตร และชายแดนไทยกับเมียนมาร์ 30 ตารางกิโลเมตร
การกวาดล้างทุ่นระเบิดเป็นไปตามอนุสัญญาออตตาวาที่ไทยร่วมลงนามและให้สัตยาบรรณไว้ เดิมกำหนดไว้ว่าจะต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เสร็จภายใน 10 ปี แต่ปัจจุบันยังมีพื้นที่อีกหลายร้อยตารางกิโลเมตรที่ยังดำเนินการไม่เสร็จจึงขอต่อสัญญาออกไปถึงปี 2566 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติมั่นใจว่าด้วยวิทยาการด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิดมีความก้าวหน้า จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนดงทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนให้กลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับชาวบ้านได้ภายใน 5 ปี ข้างหน้า