วันขึ้น15 ค่ำ เดือน 5 ที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง ใน อ.ด่านช้าง สุพรรณบุรี เป็นวันรวมตัวของชาวกะเหรี่ยงที่นี่ ทั้งหนุ่มสาว เด็กเล็ก ผู้เฒ่าผู้แก่ จาก 10 กว่าหมู่บ้าน ที่สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี
ในระหว่างที่เสียงดนตรีกะเหรี่ยงอันเป็นเอกลักษณ์ถูกบรรเลงขึ้น พี่น้องกะเหรี่ยงต่างออกมาเต้นรำ ที่เรียกว่า “รำตง” ในงานประเพณีที่ถือว่า เป็นปีใหม่ ของชาวกะเหรี่ยง ปีใหม่ ที่หมายถึง การนับหนึ่งเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก
ค่ำคืนนั้น ชาย หญิง ชาวกะเหรี่ยง ยืนแยกแถวคนละฝั่ง ก่อนเดินเวียนรอบเจดีย์ และจุดเทียนบูชาผี ก่อนจะบูชาพระ นั้นเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ตลอดพีธีกรรมมีคนที่เรียกว่า “เจ้าวัด” หรือ ผู้นำทางการทำบุญของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนในการสืบสานวัฒนธรรม เป็นผู้เดินนำหน้าขบวน พร้อมนำสวด
เจดีย์จุฬามณี ตามชื่อเรียกของกระทรวงวัฒนธรรม แต่สำหรับของชาวกะเหรี่ยงกลุ่มด้ายเหลืองสะเดิ่ง ไม่ได้เรียกชื่อเช่นนั้น พวกเขาสร้างเจดีย์ไว้เพื่อรอยุคของพระศรีอาริยเมตไตรย์ แม้รูปทรงอาจดูแปลกตาสำหรับชาวพุทธ แต่กะเหรี่ยงกลุ่มนี้นับถือศาสนาพุทธเช่นกัน ความน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานระหว่างความเชื่อเรื่องผี และความเชื่อทางศาสนา ที่อยู่ร่วมกันบริเวณเจดีย์แห่งนี้ นี่จึงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้เข้าไปสักการะ จะต้องแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเท่านั้นทั้งหญิงและชาย
การทำบุญของชาวกะเหรี่ยงในช่วงนี้ ยังถือเป็นการผูกข้อมือรับขวัญปีใหม่ ก่อนย่างก้าวเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกตามวิถีชีวิตดั้งเดิม
พิธีอันศักดิ์สิทธิ์ กินเวลายาวนานถึงเช้าวันถัดมา ก่อนจบพิธีนี้ ด้ายสีเหลืองที่ผ่านพิธีกรรมสวดนต์ตลอดทั้งคืน ถูกนำมาผูกข้อมือรับขวัญให้แก่ชาวกะเหรี่ยงทุกคน โดยเชื่อว่า จะช่วยคุ้มครองปกป้องให้ปลอดภัย และได้ผลผลิตที่ดีในการนเพาะปลูกปีนี้
ฮานีฟ สาแลมิง ถ่ายภาพ
อธิชา สุขจิตสำราญ PPTV รายงาน