ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wallstreet Journal) เมื่อวานนี้ ทรัมป์ ระบุว่า รัฐบาลของตนจะไม่กล่าวหาจีนว่าเป็นผู้ที่ปั่นป่วนค่าเงินอีกต่อไป หลังจากที่จีนไม่ได้ดำเนินมาตรการแทรกแซงค่าเงินมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และยังมีความพยายามที่จะไม่ให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามากเกินไปอีกด้วย
ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังบอกว่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ตอนนี้แข็งค่ามากเกินไป และอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจได้เพราะทำให้แข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ยาก และตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนไว้ ท่ามกลางภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่น่าเป็นห่วงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ เคยกล่าวหาจีนในวันแรกที่เข้าดำรงตำแหน่งว่า เป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงินและเอาเปรียบการค้ากับสหรัฐฯ รวมทั้งขู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษีเพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากจีน
นอกจากท่าทีต่อการแทรกแซงค่าเงินของจีนที่เปลี่ยนไปแล้ว ในการแถลงข่าวร่วมกันกับนายเยน สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ (NATO) ภายหลังการหารือที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า นาโต้ ไม่ได้เป็นองค์กรที่ล้าหลังอีกแล้ว และภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายในปัจจุบันก็ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเป็นพันธมิตร
ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ บอกว่า องค์การนาโต้ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นองค์กรที่ล้าหลัง เพราะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การต่อสู้กับภัยก่อการร้าย นอกจากนี้ ยังตำหนิด้วยว่าชาติสมาชิกนาโต้หลายประเทศไม่ได้จัดสรรงบประมาณด้านการทหารตามที่ควรจะเป็น