นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนที่จะเข้ามาดำเนินการหลังรับตำแหน่ง คือจะเร่งเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาล ในการก่อสร้างในโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ รถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร เนื่องจากเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่สำคัญ พร้อมทั้ง จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัย และความสะอาดของห้องน้ำสถานี และห้องน้ำบนขบวนรถไฟแก่ประชาชนผู้ใช้บริการกลับคืนมา โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3-6 เดือนนี้จะต้องเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ในสัปดาห์หน้า จะเริ่มหารือทำความเข้าใจกับพนักงานในทุกฝ่าย และใน 1 เดือนจะกำหนดทิศทางการทำงาน เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยมั่นใจว่าจะทำงานร่วมกันได้ไม่มีปัญหา
ด้านสหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดเวทีสัมมนา เกี่ยวกับการจัดตั้งกรมขนส่งทางราง โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมแสดงความเห็น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรเทพ อนุสสรณิติสาร อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่าการขนส่งทางอากาศหรือแม้แต่ทางด่วน ต่างมีหน่วยงานที่กำกับดูแลชัดเจน แต่ระบบรางยังไม่มีผู้กำหนดนโยบาย แต่จัดตั้งกรมขนส่งทางรางจำเป็นต้องกำหนดบทบาท และขอบเขตหน้าที่อย่างชัดเจน
นายออยสเตน อาสลาคเซ่น ประธานสาขาแรงงานรถไฟ สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ หรือ ITF บอกว่า ไทยต้องศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วน โดยมีกรณีการแปรรูปรถไฟจากหลายประเทศให้ศึกษา
พร้อมระบุว่า กรมขนส่งทางรางควรเป็นผู้กำกับดูแลเชิงนโยบาย ไม่เกี่ยวข้องกับระบบการเดินรถ และไม่จำเป็นต้องให้เอกชนเข้ามาบริหาร แต่สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการของเจ้าของราง และผู้ให้บริการ
นอกจากนี้ พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกกล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้แก้ไขแบบก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ในช่วงต่อขยาย บางซื่อ - รังสิต ซึ่งจะเพิ่มงบประมาณก่อสร้างอีก 8140 ล้านบาท โดยเป็นค่าปรับแบบก่อสร้างโครงการเพื่อรองรับรถไฟรางขนาด 1.435 เมตร
แยกเป็นงานสัญญาที่ 1 การก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งขอเพิ่มจำนวนรางจาก 3 เป็น 4 ราง และขอปรับเพิ่มความยาวชานชาลาจาก 230 เมตรเป็น 600 เมตร และปรับทางวิ่งเข้าให้รองรับรางขนาด 1.435 เมตร วงเงิน 4,315 ล้านบาท