นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของ 7 รัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มีความคืบหน้าและผลดำเนินงานดีที่สุด เป็นไปตามแผนทั้งการปล่อยสินเชื่อใหม่ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย, การบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งปีไม่ให้เกิน 1.66 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทำได้ตามเป้าหมายแล้ว ทำให้ในการประชุม คนร.เดือน มิ.ย.นี้จะมีการเสนอให้ธพว.ออกจากแผนฟื้นฟู และจะให้กระทรวงเจ้าสังกัดคือกระทรวงการคลังกำกับดูแล ธพว.ตามปกติ
ขณะที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) มีการดำเนินงานที่ล่าช้ากว่าแผนมาก ซึ่งคนร.มีความกังวล จึงได้กำชับให้เร่งปรับโครงสร้างทางการเงิน หรือการแยกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีเอฟ โอนไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ธนาคาอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ IAM บริหารเอ็นพีเอฟที่ไม่ใช่มุสลิมจำนวน 5 หมื่นล้านบาท ส่วนเอ็นพีเอฟที่เป็นชาวมุลสิม และหนี้ดี ให้ไอแบงก์บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้เร่งหาพันธมิตรแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ โดยกระทรวงการคลังจะทยอยเพิ่มทุนให้สอดคล้องกับแผน เพื่อให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส)เป็นไม่ติดลบ จะได้จูงใจพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมทุนกับไอแบงก์
"ความเสียหายของไอแบงก์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ทำให้ต้องมีการแก้ไข โดยเฉพาะการแยกหนี้ดีกับหนี้เสียออกจากกัน และเตรียมโอนหนี้เสียให้ IAM บริหารแล้ว ซึ่งจะมีการสรรหาผู้บริหารมาทำหน้าที่ตรงนี้ และไอแบงก์ก็ต้องเร่งหาพันธมิตร เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เช่น การลดสาขา และเปิดบูทในธนาคารอื่นอย่างธนาคารออมสิน ส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่อาจทำให้เพิ่มขึ้นได้จากโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีนี้มีจำนวนมาก"
นายเอกนิติ กล่าวว่า ความคืบหน้าแผนฟื้นฟูขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หลังจากได้ยกเลิกสัญญารถเมล์เอ็นจีไปแล้ว ทำให้ที่ประชุมคนร.สั่งให้ ขสมก.เร่งเปิดประมูลใหม่และจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์เอ็นจีวีทั้งหมด 489 คันภายในเดือนพ.ย.นี้ และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)แก้ไขมติครม.เมื่อปี 56 เพิ่มรถเมล์ใช้ระบบไฟฟ้า หรือ EV เข้ามาในแผนจัดซื้อจัดจ้างจำนวน 200 คัน โดยหากแก้ไขเสร็จ คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง 50 คันแรกได้ในปีนี้
ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทางคนร.ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพย์สิน หรือการบริหารที่ดินของรฟท.เป็นสำคัญ โดยเฉพาะที่ดินไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือ non-core โดย รฟท.ต้องตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารในส่วนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่ดินมักกะสันนั้นมีแผนที่จะให้เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ในด้านคมนาคมด้วย ขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ทางคนร.ได้เน้นย้ำให้ บริษัท การบินไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการรายได้เพิ่มเติม โดยทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คนร.ยังเห็นชอบในหลักการให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทลูก ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบรนด์แห่งชาติ จำกัด หรือ NBN และจัดตั้งบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด หรือ NGDC ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)เสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาของทั้งสองบริษัท และก้าวสู่ความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้วย
ทั้งนี้ คนร.ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี ดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกและทำแผนให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวง ก่อนเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองภายใน พ.ค.นี้ รวมถึงได้รับทราบการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านของทีโอที คาดว่าจะดำเนินการในช่วงแรก พ.ค.นี้ และจะแล้วเสร็จทั้งหมด 2,500-3,000 หมู่บ้านภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งทำให้บริษัททีโอที ประหยัดต้นทุนในโครงการได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท