"เอกนิติ" โต้เพจดัง ยันอุตุฯ ประเมินมีฝน 25-27 ก.ย. แต่ไม่หนักถึงขั้นอุทกภัยใหญ่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"เอกนิติ" โต้เพจดัง ย้ำรัฐบาลใช้ข้อมูลจริงประเมินสถานการณ์น้ำ เผยอุตุฯ คาดมีฝนช่วง 25-27 ก.ย. แต่ปริมาณยังไม่ถึงระดับเสี่ยงอุทกภัยใหญ่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมบริหารจัดการลุ่มน้ำภาคกลาง รองรับสถานการณ์น้ำเหนือ รวมถึงติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้สื่อข่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภายหลังการประชุม นายเอกนิติเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมแผนรองรับทั้งสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีนายภราดร นายวราวุธ ดร.นภินทร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

ในวันนี้ได้เริ่มต้นจากการติดตามสถานการณ์และประเมินปริมาณน้ำฝนที่จะเข้ามา โดยได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยามาให้ข้อมูลและประเมินสถานการณ์ว่า สภาพอากาศและทิศทางของฝนที่จะเข้ามาในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง รวมถึงน้ำที่ไหลหลากมาจากพื้นที่ภาคเหนือ จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลางอย่างไร เพื่อให้สามารถเตรียมการรับมือได้ล่วงหน้า

จากการประเมินพบว่า อาจมีฝนเข้ามาในช่วงวันที่ 25-27 กันยายนนี้ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้รอให้เกิดสถานการณ์แล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่จะเตรียมการล่วงหน้าว่า หากมีฝนเข้ามาจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน

ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ว่าปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่เท่าใด โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน ให้เตรียมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่าง ๆ รวมถึงเตรียมแผนการผันน้ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น หากมีฝนตกหนักหรือมีน้ำไหลหลากจากพื้นที่ภาคเหนือ

นายเอกนิติกล่าวว่า การบริหารจัดการจะต้องเตรียมช่องทางในการผันน้ำ ทั้งในพื้นที่ขนาดใหญ่และพื้นที่ย่อย เพื่อช่วยระบายน้ำและบริหารจัดการปริมาณน้ำไม่ให้กระทบต่อประชาชน หากเกิดพายุหรือมีฝนตกเข้ามาในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง และมีน้ำไหลหลากมาจากภาคเหนือ ก็จะต้องสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ทันที

“วันนี้เราไม่ต้องการให้เป็นเหมือนอดีตที่ผ่านมา ที่ประชาชนซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนต้องได้รับผลกระทบ” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า จึงได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำทั้งในเขื่อน พื้นที่หลังเขื่อน รวมถึงตามช่องทางและพื้นที่ต่าง ๆ ที่สามารถใช้เป็นช่องทางผันน้ำออกได้ เพื่อประเมินว่าปัจจุบันสามารถรองรับน้ำได้มากน้อยเพียงใด และจะต้องบริหารจัดการล่วงหน้าอย่างไร โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง รวมถึงลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งได้มีการติดตามว่าหากมีฝนตกลงมา น้ำจะไหลเข้าสู่ลุ่มน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างไร

นายเอกนิติกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเกิดภัย โดยจะต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและวางระบบบริหารจัดการให้พร้อม หากสถานการณ์จริงรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังได้เตรียมแผนรองรับกรณีที่เกิดฝนตกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยจะต้องมีระบบการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน

ซึ่งได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในภาคกลางให้เตรียมความพร้อมตั้งแต่ขณะนี้ พร้อมจัดทำเช็กลิสต์ว่าหากเกิดภัยขึ้นจะต้องดำเนินการอย่างไร และจะสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและสามารถเตรียมตัวได้ทัน ไม่ใช่รอให้เกิดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปแจ้งเตือนหรือจัดการ

สำหรับการเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดอุทกภัย นายเอกนิติกล่าวว่า แม้คณะรัฐมนตรีจะมีการเตรียมเรื่องประกันภัยพิบัติไว้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลยังได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การช่วยเหลือและการเยียวยา โดยได้มอบ Checklist ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อม รวมถึงเตรียมอุปกรณ์และความช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเข้าไปดูแลประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์

ส่วนมีการเตรียมศูนย์อพยพหรือไม่ หากเกิดน้ำท่วมแล้วประชาชนจะต้องเคลื่อนย้ายไปอยู่บริเวณใด และมีการกำหนดหน่วยงานหรือศูนย์กลางในการประสานงานหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า วันนี้ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้เกิดภัยแล้วจึงค่อยขึ้นมาจัดการ

ส่วนกรณีงบประมาณสำหรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน นายเอกนิติกล่าวว่า เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบงบประมาณให้แต่ละภาค โดยมีเงินสำรองจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งได้ชี้แจงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบแล้วว่า หากจังหวัดใดมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในส่วนดังกล่าว ก็สามารถเสนอขอใช้ได้ โดยจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาและดูแลการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

รัฐบาลยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยมุ่งดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ ขณะที่งบประมาณดังกล่าวเป็นงบฉุกเฉินที่นายกรัฐมนตรีได้มอบและจัดสรรไว้ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ดูแลประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ส่วนการประเมินจากปริมาณน้ำฝนที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง ๆ ว่า จะสามารถบริหารจัดการได้หรือไม่ และสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้จะรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า จากข้อมูลที่กรมชลประทานรายงานในวันนี้ ประเมินว่าสถานการณ์ยังสามารถดูแลและบริหารจัดการได้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ปริมาณฝนยังไม่ได้ตกมากจนทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่น่ากังวล

ดังนั้น หากมีฝนเข้ามาในระยะนี้ ระบบยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเกินระดับที่ประเมินไว้ที่ประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตร ก็จะต้องมีการบริหารจัดการเรื่องการผันน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

นายเอกนิติย้ำว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา

ส่วนกรณีที่เมื่อคืนมีเพจดังเผยแพร่ข้อมูลเตือนว่าอาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน และแม้ว่าล่าสุดเพจดังกล่าวปลิวไปแล้ว จากการหารือในวันนี้มีการประเมินสถานการณ์อย่างไรบ้าง นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลใช้ข้อมูลและสถิติที่เกิดขึ้นจริงเป็นพื้นฐานในการประเมินสถานการณ์

โดยในวันนี้ได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยามายืนยันข้อมูลเรื่องสภาพอากาศและปริมาณฝนโดยตรง ซึ่งจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าจะมีฝนเข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่ได้มีปริมาณมากจนถึงระดับที่จะต้องกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในวงกว้าง

พื้นที่ที่ต้องติดตาม ได้แก่ ลุ่มน้ำภาคกลาง ทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน และลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งจากการประเมินในขณะนี้ยังไม่พบว่าปริมาณฝนและน้ำจะมากเกินขีดความสามารถในการบริหารจัดการจนทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติย้ำว่า แม้สถานการณ์ในขณะนี้ยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่รัฐบาลจะไม่ประมาท และยังคงเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานทุกฝ่ายสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ทันที หากปริมาณฝนหรือน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ