วันนี้ (25 เม.ย.60) พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสาเหตุที่ไม่แถลงมติ ครม. ที่เห็นชอบจัดซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำ จากจีน โดยอ้างว่า ไม่มีสื่อมวลชนสอบถาม และเรื่องนี้หน่วยงานต้นเรื่องทั้ง กองทัพเรือ และ กระทรวงกลาโหม เสนอเป็นความลับ ในระดับ “ลับมาก” ที่เรียกว่า “มุมแดง” จึงไม่ได้นำมาแถลง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาปกปิด
ส่วนสาเหตุที่เรื่องนี้ถูกเสนอในชั้นความลับมาก หรือ มุมแดง พลตรีคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม บอกว่า การปกปิดข้อมูลด้านความมั่นคง บางเรื่องมีความจำเป็น เพราะหากเปิดเผยอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่น จำนวนอาวุธยุทโธปกรณ์ การจัดวางกำลังประจำการ รวมถึงการกำหนดเส้นทางลาดตระเวน ซึ่งต้องเป็นความลับ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายการกำหนดชั้นความลับของวาระที่ เข้าสู่ที่ประชุมครม. โดยเฉพาะชั้นความลับมาก หรือ มุมแดง จะเป็นเรื่องที่ ครม. หารือ จบ แล้วต้นสังกัดจะเป็นผู้เก็บเอกสารไป ซึ่งตามหลักเกณฑ์ไม่มีระเบียบกำหนดว่าจะต้องแถลงข่าวให้ทราบ แต่หากจำเป็นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของโฆษกรัฐบาลที่จะพิจารณา เพราะเอกสารมุมแดง ไม่ใช่ความลับถาวร จะพิจารณาปรับระดับชั้นความลับอยู่ตลอดเวลา
ก่อนการประชุม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ใช้เวลา 10 นาที ชี้แจงเหตุผลการจัดซื้อเรือดำน้ำ โดยยืนยันดำเนินการโปร่งใส ได้ราคาถูก และคุ้มค่า เมื่อเทียบกับ 9 ประเทศที่ได้ศึกษามา พร้อมอ้างว่า มีศักยภาพสามารถดำน้ำได้นานที่สุดถึง 21 วัน และจะมีประโยชน์กับฝั่งทะเลอันดามัน ในพื้นที่ 200 ไมล์ทะเล ที่ยังไม่เคยสำรวจ
ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงการไม่แถลงมติเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ พลเอกประวิตร บอกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นความลับ ที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีการป้องกันประเทศ พร้อมย้ำว่าไม่ใช่เป็นการอนุมัติเงียบ เพราะคณะรัฐมนตรีรับทราบมติดังกล่าวทั้งคณะ
พลเอกประวิตร ยังอ้างว่า หลายประเทศในอาเซียนที่มีพื้นที่ติดทะเล ทุกประเทศมีเรือดำน้ำประจำการทั้งหมด โดยเฉพาะเวียดนามมีถึง 12 ลำ ไทยจึงจำเป็นต้องจัดหาเรือดำน้ำเพื่อดูแลเขตแดนทางทะเล และรักษาทรัพยากรธรรมชาติในระยะทาง 200 ไมล์ทะเล เช่นเดียวกับหลายประเทศในอาเซียน
อ่านข่าว : เรือดำน้ำ เอกสาร “มุมแดง” เปิดเผย เสียหายร้ายแรงต่อรัฐ
อ่านข่าว : เขี้ยวเล็บใหม่ “ราชนาวีไทย” เรือดำน้ำ “Yuan Class S-26 T”