วันนี้ (1 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ประชุมชุดทำงานคดีค้าประเวณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งประกอบด้วย ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 ก่อนจะเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับ นายตำรวจท้องที่ สภ.กองก๋อย อ.สบเมย 3 ราย หลังสอบปากคำพบว่า ทั้งหมดเคยร่วมกันรุมโทรมหนึ่งในหญิงผู้เสียหายจริง เบื้องต้นมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ส่วนนายตำรวจอีก 3 คนที่ถูกพาดพิงว่าเคยซื้อประเวณี กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ฐานพรากผู้เยาว์เพื่อทำอนาจาร เด็กอายุต่ำกว่า18ปี
สำหรับการขยายผลคดีค้าประเวณีในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะนี้สามารถแบ่งย่อยเป็นคดีความได้ 33 คดี มีผู้ถูกพาดพิงว่าเคยซื้อบริการเกือบ 20 ราย ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนการขยายผลออกหมายจับกลุ่มแม่เล้า จนถึงขณะนี้ชุดทำงานมีรายชื่อแม่เล้าไม่ต่ำกว่า 8 คน ที่กำลังสืบหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขยายผลออกหมายจับ
ส่วนผลการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า ไม่พบข้อมูลว่า นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เคยเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการ แต่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า ผลการสอบสวนทางอาญา พบข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการที่ผู้ว่าฯระบุว่า ไม่เคยเดินทางไปที่รีสอร์ทธนโชติ เนื่องจากมีพยานให้การต่างออกไป ทำให้คณะทำงานต้องสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ให้สัมภาษณ์ว่าการขยายผลคดีค้าประเวณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาจทำให้ไม่เหลือข้าราชการอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ล่าสุดทาง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ยืนยันไม่เคยให้สัมภาษณ์แบบนี้ พร้อมระบุว่าอาจเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดของสื่อมวลชนท้องถิ่น
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของแม่ผู้เสียหาย ช่วงเช้า เดินทางพร้อมนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ไปที่กองบังคังการปราบปราม เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดที่เคยระบุว่าไม่พบมูลความผิดของดาบตำรวจยุทธชัย ทองชาติ ผู้ต้องหาในคดีนี้ รวมถึง พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ที่รับเรื่องร้องเรียนคดี และ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเข้าข่ายละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
สำหรับการสอบปากคำผู้เสียหาย ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบปากคำของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อขยายผลเครือข่ายค้าประเวณี โดยเฉพาะการขยายผลไปยัง กลุ่มข้าราชการอื่นนอกเหนือจากตำรวจ