การทำอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน การรับตำแหน่งใหม่ ในช่วงแรกๆ เขาเรียกกันว่าช่วงฮันนีมูน เพราะทุกอย่างใหม่หมด และต้องการเวลาในการเรียนรู้ แต่ไม่ใช่กับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะถูกตรวจสอบว่า ทำอะไรสำเร็จบ้าง ในช่วง 100 วันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งธรรมเนียมการวัดความสำเร็จใน 100 วันแรกนี้ มีมานานถึง 84 ปีแล้ว และประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่พูดได้ว่า เป็นคนกำหนดนิยามนี้ก็คือ “แฟรงกิน เดลาโน่ รูสเวลท์” ประธานาธิบดีคนที่ 32 นั่นเอง
รูสเวลท์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ในช่วงที่สหรัฐกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ประชาชน 1 ในสี่ ไม่มีงานทำ คนที่มีบ้านส่วนใหญ่ ต้องเอาบ้านไปจำนอง และจะถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่ายค่างวด ขณะที่ธนาคารเอง ต่างปิดตัวกันเป็นแถว เพราะมีแต่คนจะกู้ โดยไม่มีใครคิดจะใช้หนี้
ทั้งหมดนี้ทำให้รูสเวลท์ เดินหน้าทำงานตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งวันแรก เขาลงนามผ่านร่างกฏหมายถึง 76 ฉบับ ออกมาตรการต่างๆ มากมาย เพื่อนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจให้ได้ และในการแถลงผลงาน ซึ่งบังเอิญตรงกับการทำงานครบ 100 วันพอดี รูสเวลท์ก็ได้พูดว่า เขาได้อุทิศหยาดเหงื่อแรงกาย ที่จะนำพาสหรัฐอเมริกา สู่ยุคสมัยใหม่ ทั้งๆ ที่เพิ่งทำงานได้เพียง 100 วันเท่านั้นและจากนั้นเป็นต้นมา สื่อมวลชนก็ถือเอาเรื่องนี้เป็นธรรมเนียม ในการวัดความสำเร็จหรือล้มเหลวของประธานาธิบดี ในช่วง 100 วันแรกเรื่อยมา
ถ้าไปถามบรรดาประธานาธิบดีในรุ่นต่อๆ มา ต่างได้คำตอบที่เหมือนๆ กันคือ ไม่อยากให้วัดผลงานในช่วง 100 วันแรก เพราะช่วงเวลาเพียงสั้นๆ หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นั้นถือว่าน้อยมาก น่าจะเป็นช่วงเวลาให้ประธานาธิบดีคนใหม่ได้ปรับตัว และวางแผนว่าจะบริหารงานอย่างไรมากกว่า แต่สื่อมวลชนไม่คิดแบบนั้น และยังคงยึดเอาแบบอย่างของรูสเวลท์ เป็นบรรทัดฐานในการวัดความสำเร็จของประธานาธิบดีคนต่อๆ มา ซึ่งแน่นอนว่า ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหน ทำผลงานได้เทียบเคียงกับรูสเวลท์แม้แต่คนเดียว
ใกล้เคียงที่สุด ก็เห็นจะเป็นอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เข้ามารับตำแหน่งใน่ชวงที่สหรัฐกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจพอดี ซึ่งเขาก็ได้ออกกฏหมายใหม่ๆ เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐ ไม่ให้ล้มเหลวไปกว่านี้ แต่ก็ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของที่รูสเวลท์เคยทำไว้
ด้านอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี้ ถึงกับเคยพูดไว้ว่า งานในตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้ในเวลา 100 วัน หรือแม้แต่ 1,000 วันก็เป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยขอให้เราตั้งใจทำมัน ก็ถือเป็นเรื่องที่สำเร็จแล้ว
สำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ เจ้าตัวเคยให้สัญญาไว้ตอนหาเสียงว่า จะยกเลิกและแทนที่กฎหมายประกันสุขภาพ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โอบาม่าแคร์” ให้ได้ ในช่วง 100 วันแรกของการทำงาน แต่ผลก็คือ เขาได้รับเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ และคนในพรรครีพับลิกันเอง ก็ไม่สนับสนุน แผนนี้จึงตกไป
และเรื่องที่ทำให้ทรัมป์หน้าแตกมากที่สุดคือ เขาสัญญาว่า จะทำให้สหรัฐอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งให้ได้ ในเวลา 100 วันแรกของการทำงาน แต่ผลงานก็อย่างที่ทุกคนรับรู้ คือสหรัฐได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าเดิม แถมศัตรูก็กลัวน้อยลงด้วยซ้ำ อีกทั้งเจ้าตัวยังเปลี่ยนคำพูดว่า ไม่ชอบไอเดียการวัดความสำเร็จใน 100 วันเลย