วันนี้ (28 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าระดับน้ำที่ท่วมขังในชุมชนริมคลองน้ำแก้ว จะลดระดับลงแล้ว แต่บางครอบครัวยังไม่กล้ากลับเข้าพักอาศัยในบ้านของตัวเอง เพราะกลัวว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก ชุมชนริมคลองน้ำแก้ว ซึ่งอยู่ติดกับประตูระบายน้ำ ที่รองรับน้ำจากย่านถนนรัชดาภิเษกก่อนระบายลงสู่คลองลาดพร้าว เมื่อน้ำที่สูบมาระบายออกไม่ทัน ก็จะล้นเข้าท่วมชุมชนแห่งนี้ ที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานคร นำกระสอบทรายมาปิดหน้าหมู่บ้าน เพื่อกันน้ำให้ไหลลงคลอง แต่สุดท้ายชาวบ้านต้องรื้อกระสอบทรายออก เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้าน
ด้านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า การกั้นกระสอบทรายตามชุมชนริมคลอง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 670 หลัง แต่เป็นแนวทางการควบคุมผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมระยะสั้นที่ดีที่สุด เพราะหากไม่มีการวางแนวสอบทราย ปริมาณน้ำจากคลองต่างๆ จะไหลเข้าท่วมสายหลัก และชุมชนอื่น
อีกหนึ่งจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก คือ บริเวณแยกลาซาน หรือ ถนนสุขุมวิท 105 ตลอดสองวันที่ผ่านมา มีน้ำท่วมขังสูงถึง 50 เซนติเมตร แม้วันนี้สภาพถนนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่เครื่องสูบน้ำด้านหน้าซอยลาซานยังคงทำงานต่อเนื่องเพื่อเร่งระบายน้ำที่ยังเหลืออยู่ ชาวบ้านอยากให้นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขโดยเร็ว โดยเสนอให้รื้อระบบการระบายน้ำใหม่ทั้งหมด เพราะมองว่าปัจจุบันยังขาดประสิทธิภาพ
ในวันพรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งเป็นสถานีที่รับน้ำมาจากพื้นที่ทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาทางอุโมงค์พระราม 9 และจะตรวจสอบพื้นที่บริเวณซอยลาซาล-แบริ่ง เพราะเป็นพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมขังพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันนี้มีรายงานว่าจุดน้ำท่วมขังบนถนน และชุมชน หลังจากที่เกิดฝนตกหนักเมื่อวานนี้รวมทั้งหมด 37 จุด สามารถระบายน้ำออกได้หมดแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังทุกจุดทั่วกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ โดยยืนยันว่าเครื่องมือระบายน้ำ และกำลังคนมีความพร้อมทำงานเต็มที่