รวบทหารอากาศขนอาวุธสงคราม เร่งสอบปมค้าอาวุธข้ามชาติ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน รวบตัวทหารอากาศ ลักลอบขนอาวุธสงคราม จากฝั่งประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย ผ่านจังหวัดตราด ขณะเดียวกันพบรถแลนด์ครุยเซอร์ ของชาวกัมพูชา ที่รู้จักกับทหารอากาศรายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวทั้ง 2 คน เข้าสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติ หรือมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบใน กรุงเทพมหานครหรือไม่

วันนี้ (3 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 10.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะอีซูซุ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียนตรากงจักร 1510 กทม. ตกลงข้างถนนที่กำลังก่อสร้าง สภาพรถพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน บริเวณถนนสุขุมวิท ช่วงครัวเขาบรรทัด บ้านคลองสน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงและทหารพรานนาวิกโยธินในพื้นที่เข้าช่วยเหลือ โดยภายในรถยนต์คันเกิดเหตุ พบอาวุธสงครามจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนอาก้า ปืนกล ไม่ทราบจำนวน พร้อมเครื่องกระสุนกว่า 100 นัด จึงได้ทำการตรวจสอบและควบคุมตัวคนขับ ทราบชื่อ พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ สังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กรุงเทพมหานคร ไว้ทำการสอบสวน โดยได้นำตัวไปควบคุมไว้ที่ ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เขาล้าน (ชค.ทพ.นย.ที่ 3)

นายสุรพงษ์ วิสุทธิแพทย์ ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ระหว่างที่ทำงานอยู่ในบ้านและมีฝนตกหนัก ปรากฏว่ามีรถยนต์คันหนึ่งแหกโค้งและพลิกคว่ำหลายตลบจนรถยนต์เสียหายยับเยินจึงเข้าไปช่วยเหลือพบคนขับบาดเจ็บเล็กน้อย และบอกว่าเป็นทหารอากาศ แต่พบว่าในรถยนต์มีอาวุธปืนจำนวนมาก จึงได้แจ้งให้ทหารนายิกโยธินมาตรวจสอบ โดยคนขับได้ขอให้ช่วยยกรถยนต์ขึ้นมาและจะมีเจ้านายมารับในพื้นที่ แต่ไม่รู้ว่าปืนเหล่านี้เอาไปทำอะไร

ระหว่างเกิดเหตุ พบรถยนต์แลนด์ครุยเซอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน  2AD -5629 พนมเปญ ประเทศกัมพูชา เดินทางมาในที่เกิดเหตุ และได้มีการพูดคุยกันกับทหารอากาศรายดังกล่าว ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปตรวจสอบและนำรถยนต์รวมทั้งคนขับรถไปทำการสอบสวนที่ ชค.ทพ.นย.ที่ 3 ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ขับเข้ามาทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก แล้วแหกด่านทหารที่จุดตรวจ ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ที่ 182 ก่อนจะถูกตามจับได้ที่ด่านทหารที่บ้านเขาล้าน

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ทางฝ่ายทหารยังไม่แจ้งรายละเอียดให้กับสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องทราบ โดยอ้างเรื่องความมั่นคง และรอให้ผู้บังคับบัญชาคือ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เดินทางมาทำการสอบปากคำด้วยตนเอง เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ กับการค้าอาวุธสงครามของฝ่ายกัมพูชา ที่ก่อนหน้านี้ผ่านเข้ามาในพื้นที่จังหวัดตราดหลายครั้งและถูกจับกุมได้ บางส่วนก็หลบหนีไปได้ โดยในขณะนี้ทางฝ่ายทหารกำลังตรวจสอบในเชิงลึกว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบใน กรุงเทพมหานครหรือไม่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ พบ อาวุธปีนอาก้า AK 47 จำนวน 29  กระบอก , ปืนกล ขนาด 7.62 มม. 4 กระบอก ,ลำกล้องอะไหล่ปืนกล 1 ลำกล้อง ,ซองกระสุนปืน AK 47 ชนิด 30 นัดจำนวน 36 ซอง  ,ซองกระสุนปืน M16 ชนิด  30 นัดจำนวน 2 ซอง  ,ซองกระสุนปืนกล 7.62 จำนวน 4   ,ซองกระสุนปืน AK 47  ขนาด 7.62  จำนวน 4,147  นัด  ,ลูกเบี้ยว AK 47 จำนวน  6 ชิ้น  ,กระสุน M 79  จำนวน 53 ลูก  ,ลูกระเบิดขว้างจำนวน 1 ลูก  ,กระสุน ปรส. 75  จำนวน 1 ลูก ,กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 10  นัด  ,ป้ายทะเบียนรถยนต์ 7625 ขอนแก่น จำนวน 2 ป้าย  ,เงินสดจำนวน 8,729  บาท  ,วิทยุติดรถยนต์พร้อมรีโมทคอนโทรล 1 ชุด รวมทั้งภาพถ่ายที่ส่งทางจดหมายอิเลคทรอนิก

โดย พล.ร.ท.รัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บัญชาการนาวิกโยธิน และกองกำลังป้องกันจันทบุรีและตราด ปฏิเสธตอบถึงรายละเอียดของอาวุธดังกล่าว ระบุเพียงว่ามอบเรื่องการดำเนินคดีให้กับ ผกก.สภ.ท่าเลื่อนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยไม่ยอมชี้แจงในรายละเอียดดังกล่าวทั้งหมดว่า มีความเป็นมาอย่างไร รวมทั้งการเชื่อมโยงในเรื่องของการก่อวินาศกรรมภายในประเทศ

ด้าน พ.ต.อ.เสรี สิริสวัสดิ์ ผกก.สภ.ท่าเลื่อน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ที่เดินทางมาตรวจสอบ หลักฐานและอาวุธทั้งหมด กล่าวว่า ยังไม่ได้ดำเนินการสอบสวนผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด และอาวุธปืนทั้งหมดที่ยึดมาได้นั้นยังต้องมีการตรวจสอบและตั้งข้อกล่าวหาจำเลยในภายหลัง ซึ่งในขั้นนี้ ได้รับรายละเอียดในเบื้องต้นจากฝ่ายทหารและจะดำเนินการสอบสวนผู้ขนอาวุธสงครามรายนี้ต่อไป ส่วนทั้ง 2 คนคือชาวกัมพูชาที่ขับรถยนต์แลนด์ครุยเซอร์ กับทหารอากาศรายดังกล่าว จะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ต้องรอให้มีการสอบสวนในรายละเอียดก่อน



อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า รถกระบะที่ขนอาวุธสงครามคันนี้ จะต้องเดินทางผ่านจุดตรวจทหาร 2 ด่าน คือจุดตรวจชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ที่ 182 บ้านหาดเล็ก และจุดตรวจของ ชุดทหารพรานนาวิกโยธิน ที่ 3  เขาล้าน ส่วนชาวกัมพูชา ที่นำรถยนต์แลนด์ครุยเซอร์เข้าออกประเทศไทยได้ จะต้องเป็นบุคคลสำคัญ เพราะมีข้อตกลงว่า ผู้เข้าออกชายแดนไทยกัมพูชา ตราด – เกาะกง จะต้องเป็นบุคคลระดับวีไอพีของทั้ง 2 จังหวัด จึงจะสามารถผ่านจุดตรวจมาได้

ล่าสุดโฆษกกองทัพอากาศ ออกมายอมรับว่า พ.อ.เอกภคิน เป็นทหารสังกัดกองทัพอากาศจริง สังกัด กองบิน 2 ลพบุรี และผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งตรวจสอบทันที ส่วนทางกองอำนวยการรักษาความมั่นในราชอาณาจักร ยืนยันว่า ทหารนายนี้ ไม่อยู่ในสังกัด และไม่เคยมาช่วยราชการ กอ.รมน. ตามที่มีข่าว พร้อมระบุว่า ป้ายทะเบียนตรากงจักรที่ใช้ เป็นป้ายที่ถูกดัดแปลง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ