สิ่งที่ถูกกำหนดไว้ คือ การให้เจ้าอาวาสบริหารจัดการศาสนาสมบัติของวัด นั่นจึงสามารถตีความได้ว่า จะจัดตั้งกรรมการวัดหรือจะให้บุคคลใดบริหารจัดการก็ได้ สอดคล้องกับที่พระเทพสิริโสภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ทำหนังสือมอบอำนาจให้ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว เป็นผู้ดูแลการเงินของวัด ส่วนการเก็บรักษาเงินผลประโยชน์ของวัดหากเกิน 3,000 บาท จะต้องจัดเก็บไว้ที่ธนาคาร และควรใช้ชื่อบัญชีเป็นชื่อวัด แต่ตามพระราชบัญญัติสงฆ์ ก็ไม่มีบทลงโทษใดใด เว้นแต่พบว่ามีการยักยอกเงินจะถูกดำเนินคดีทางอาญา
หากจะทำให้การตรวจสอบการจัดการทรัพย์สินของวัดแต่ละแห่งรัดกุมกว่าที่เป็นอยู่ แม้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงว่า กฎระเบียบเหล่านี้เป็นช่องโหว่ แต่ก็ยอมรับว่า จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข โดยรัฐบาลจำเป็นต้องเริ่มดำเนินการ เพราะหากรอให้มหาเถรสมาคมหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้เสนอ ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย