ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ นางสาวอัญชิษฐา ชูชีพ อายุ 38 ปี ชาวอำเภอสิเกา ร้องเรียนว่า บ้านของตนเองถูกปิดเส้นทางที่จะเดินทาง เข้า –ออก เนื่องจากเจ้าของบ้านข้างเคียงมีการสร้างรั้วลวดหนาม และกำแพงปิดกั้นเส้นทางจึงไม่มีทางออก ลูกๆต้องปีนกำแพงลุยสวนปาล์มไปโรงเรียน ทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงร้องขอความช่วยเหลือจากผ่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.นาเมืองเพชร อำเภอ และจังหวัดไปแล้วนั้น
ล่าสุดนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เดินทางมาตรวจสอบบ้าน ของนางสาวอัญชิษฐา และเปิดเผยว่าบ้านหลังนี้ปลูกอยู่ตรงกลาง สาเหตุเกิดจากไม่ถูกกับเพื่อนบ้านข้างเคียงทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา ซึ่งทางออกด้านขวาเป็นสวนปาล์มของเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างลำบากต้องข้ามน้ำไปถึงออกได้ ส่วนด้านซ้ายที่เคยใช้เป็นทางออกนั้น เจ้าของพื้นที่ได้สร้างรั้วลวดหนามยาวประมาณ 30 เมตร ปิดกั้นเส้นทางไว้ ส่วนด้านหลังเจ้าของบ้านก็สร้างกำแพงสูงประมาณ 2 เมตร ยาว 300 เมตร ปิดกั้นทางออกเช่นกัน ทำให้ตอนนี้เหลือทางออกเดียวคือต้องข้ามน้ำไปทางสวนปาล์มแทน เด็กๆจึงมีความลำบากในการเดินทางไปโรงเรียน
จากการสอบถาม นางสาวนางสาวอัญชิษฐา ทราบว่ามีการฟ้องศาลไปแล้ว ส่วนเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรในการล้อมรั้ว ขณะที่เพื่อนบ้านเปิดเผยว่า มีความขัดแย้งต่อกันจริง และไม่ได้คุยกันมานานแล้ว
ล่าสุดนายศิริพัฒ ได้สั่งให้ตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินจังหวัดตรังว่าโฉนดแปลงบ้าน ที่มีการนำรั้วลวดหนามมาขึงไว้เป็นทางสาธารณะหรือไม่ ถ้าเป็นทางสาธารณะเทศบาลจะต้องดำเนินการ ในส่วนของเด็กนักเรียนที่ต้องเดินทางนั้น ได้แนะนำให้ไปอาศัยกับญาติก่อน อย่าให้เด็กปีนรั้วอีก