การเสวนา ครั้งนี้จัดขึ้นในหัวข้อ ข่าวเปรี้ยว สะท้อนความป่วยไข้ของสังคมไทย โดยรวมบรรดานักวิชาการ และผู้คร่ำหวอดในด้านสื่อสารมวลชน มาแลกเปลี่ยนควรเห็น ในการนำเสนอข่าวคดีฆาตกรรมในช่วงที่ผ่านมา โดย นายวรัญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายสื่อสารองค์กร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้วิเคราะห์ความป่วยของผู้รับข่าวสาร ออกเป็น 5 โรค คือนิยมความดัง โรคติดกระแส กลัวตกขบวน โรคฉาบฉวย โรคคิดไม่รอบคอบ โรคนิยมความรุนแรง และเสพข่าวอาชญากรรมจนมองว่าข่าวอาชญากรรม ที่รุนแรงเป็นความบันเทิง ขณะที่สื่อในฐานะผู้นำเสนอ ก็มีลักษณะกลัวตกข่าวเล่นตามกระแส ห่วงเรตติ้ง และยอดแชร์ จนไม่คำนึงถึงคุณค่าข่าว และไม่เปิดประเด็นใหม่ ที่มีประโยชน์ต่อสังคม ติดการขายข่าวดราม่าในการเล่าเรื่อง ควบคุมเนื้อหาในการนำเสนอข่าวไม่ได้ และยังไร้กรอบจริยธรรม และแม้ว่า ปัจจุบันจะมีสื่อออนไลน์ในลักษณะแฟนเพจเกิดขึ้นมาก แต่เชื่อว่า นังมีประชาชนอีก ร้อยละ 40 ที่ยังตั้งความหวังกับการรับชมข่าวในสื่อกระแสหลัก
ขณะที่ กนกพร ประสิทธิ์ผล นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ มองว่า ปัจจุบันพฤติกรรมคนรับข่าวสาร จะนิยมข่าวตามกระแสเพื่อตอบสนองความอยากรู้ มากกว่าการเลือกรับข่าวที่สื่อนำเสนอให้ เพราะเป็นสิ่งที่ควรรู้ ส่งผลให้ เนื้อหาที่มีความจำเป็น และมีประโยชน์ต่อสังคมที่สื่อนำเสนอออกไปถูกกลืนหายไปจากการรับรู้ ส่งผลให้สื่อต้องปรับตัว ตามกระแสสังคม ในลักษณะที่ว่า "ข่าวดีต้องจ่าย ข่าวร้ายลงฟรี"
ซึ่งนี้เป็นเพียงการสะท้อนปัญหาบางส่วน จากปรากฎการณ์ ข่าวเปรี้ยวที่เกิดขึ้น และต้องร่วมกันหาทางออก เบื้องต้นในเวทีการเสวนาเสนอว่า สื่อหลัก ควรแยกตัวเองออกจากสื่อสมัครเล่นให้ชัดเจน โดยยึดหลักแนวทางจริยธรรมสื่อมวลชน จะทำให้ประชาชนได้แยกแยะข้อมูลข่าวสารได้