วันนี้ (9 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 7 ในฐานความผิดครอบครองสินค้าโดยไม่รู้ว่าเป็นสินค้าเสียภาษีไม่ถูกต้อง ตามมาตรา 161 ของกฎหมายสรรพสามิต กรณีเข้าไปพัวพันในขั้นตอนซื้อรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง
ล่าสุดสำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง “หลวงพี่แป๊ะ” โดยให้เหตุผลว่า พระมหาศาสนมุนี เกี่ยวข้องแค่ในขั้นตอนจัดซื้อ แต่ไม่มีหลักฐานโยงไปถึงการรับรู้ที่มาของรถคันนี้ โดยทีมกฎหมายวัดปากน้ำภาษีเจริญอยู่ระหว่างหารือข้อกฎหมายว่าจะฟ้องกลับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่
นายสุรพงษ์ สิทธิกร ทนายความพระมหาศาสนมุนี เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า แม้พระมหาศาสนมุนี และสมเด็จช่วงจะไม่ติดใจและตัดสินใจว่าจะไม่ข้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่คณะกรรมการวัดปากน้ำภาษีเจริญเห็นตรงกันว่า อาจฟ้องกลับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของวัดและพระมหาศาสนมุนี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือข้อกฎหมาย
ขณะที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่กังวล หากทางวัดปากน้ำภาษีเจริญจะฟ้องกลับ เพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่ยืนยันว่า การทำหน้าที่ที่ผ่านมา ทำตามกรอบที่กฎหมายให้อำนาจตรวจสอบไว้ทั้งหมด
ส่วนการทำงานตรวจสอบรถหรูเลี่ยงภาษีในภาพรวม พ.ต.ท.กรวัชร์ ฝากแจ้งเจ้าของรถที่มีเอกสารยืนยันถูกต้องตามกฎหมายให้มารับรถคืนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะรายของนักร้องหนุ่ม โดม ปกรณ์ ลัม ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วพบมานำเข้าถูกต้อง