วันนี้ (12 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ในเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังพบว่าเป็น บ้านอีกหลังหนึ่ง ที่แก๊งชาวจีน เช่าทำเป็นออฟฟิต เปิดบริการ รับจ้างกดไลค์ยอดวิว สินค้า ภายในชั้น 2 พบอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์ มือถือ และซิมโทรศัพท์มือถือจำนวนมากซุกซ่อน อยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง แต่ที่น่าสนใจ มีการดัดแปลง ชั้นวาง ที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือ ซึ่งหากนำมาวางเรียงพร้อมกันๆ คาดจะชาร์ตรวมๆ กันได้ เกือบ 100 เครื่อง
การตรวจค้นครั้งนี้ มาจากการขยายผล หลังตำรวจสอบสวนแก๊งชาวจีน 3 คนที่ถูกจับกุมไปเมื่อวานนี้ ได้ให้การว่ายังมีเครือข่ายชาวจีนลักลอบทำยอดวิว ลักษณะคล้ายกัน อีก 1 แห่ง จึงเข้าตรวจยึดไว้ได้ เมื่อตรวจนับของกลางอย่างละเอียด พบว่า 2 วัน ยึดซิมโทรศัพท์จากค่ายมือถือในเมืองไทยมีทั้ง ดีแทค ทรู และเอไอเอส รวมแล้ว กว่า 3 แสน ซิม มีทั้งแกะใช้แล้ว และยังไม่ได้ใช้ บรรจุอยู่ในห่อ
ด้าน พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสระแก้ว เผยว่าการเข้าตรวจค้นวันนี้ คาดว่าผู้ต้องหารู้ตัว และหลบหนีไป ส่วนผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 คน ที่จับกุมได้ รับสารภาพว่าได้ค่าจ้างเดือนละประมาณ 150,000 บาท จากบริษัทแม่ที่ประเทศจีนเป็นผู้จัดส่งโทรศัพท์มาให้ คาดจะเป็นแก๊งสร้างยอดไลท์ยอดวิวโฆษณาสินค้าปลอม จากประเทศจีน ถือว่าเป็นการหลอกลวง หรือเรียกได้ว่า เป็น “โจรทางเศรษฐกิจของโลกตัวใหม่ในยุคไอที”
โดยแก๊งนี้จะบริการผ่านทางโปรแกรมวีแชต ประเทศจีน ทำให้บริษัทที่รับจ้างโฆษณาสินค้า ได้รับเงินค่าโฆษณาจำนวนมากตามยอดวิว แต่บริษัทเจ้าของสินค้ากลับได้รับความเสียหายเพราะเป็นการกดไลท์กดแชร์ปลอม ซึ่งต้องระวังการขยายวงเข้ามาในประเทศไทย
ซึ่งขณะนี้สั่งการให้ ชุดสืบสวนตรวจค้นเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบเส้นทางการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือจำนวนมากเข้าประเทศมาได้อย่างไรและการซื้อซิมจำนวนมากขนาดนี้ทำได้แค่ไหน เนื่องจากประเทศไทยมีกฎระเบียบควบคุมซิมโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วซึ่งผู้ซื้อต้องลงทะเบียน
ประเด็นนี้ทีมข่าวพีพีทีวีได้ตรวจสอบข้อมูล ถึงการเปิดใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ ตามกฎหมายของประเทศไทยกับ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการกสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ระบุว่า ไม่มีข้อจำกัด หรือข้อห้ามว่าบุคคล หรือนิติบุคคลจะสามารถมีซิมหรือหมายเลขโทรศัพท์ได้กี่เบอร์ ขณะนี้ซิมของกลาง ทั้งหมดตำรวจ อยู่ระหว่างประสาน ส่งมาให้ กสทช. ตรวจสอบ ทั้งโทรศัพท์ไอโฟนที่นำเข้ามาจากประเทศจีน และข้อมูลซิมโทรศัพท์ โดย กสทช. ระบุย้ำอีกว่าเรื่องซิม จำนวนมาก ไม่เป็นข้อกังวล แต่มีความกังวลเรื่องคดีอาญามากกว่า ว่าจะเป็นการตั้งคอลเซนเตอร์หลอกเงิน ส่วนผู้ประกอบการยืนยันว่า ซิมทุกอันลงทะเบียนแล้ว หากตรวจพบว่ามีซิมที่ไม่ลงทะเบียนก็จะไปเอาผิดกับผู้ประกอบการไปด้วย