ไต้หวันไม่ได้มีสถานะเป็นประเทศบนเวทีโลก เพราะสหประชาชาติให้การรับรองว่าโลกใบนี้มีจีนเดียว และไต้หวันก็อยู่ในฐานะเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของจีนเท่านั้น แต่ที่ผ่านมา ไต้หวันไม่ยอมรับสถานะนี้ และพยายามสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็มีประเทศที่ยอมรับไต้หวันเป็นเพื่อนอยู่ราวๆ 21 ประเทศ แต่มาวันนี้ เหลืออยู่เพียง 20 ประเทศ เพราะล่าสุดปานามาประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และสานสัมพันธ์กับจีนแทน
จะบอกว่าประกาศก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะไต้หวันไม่ได้รับแจ้งจากปานามา แต่มารู้เมื่อดูข่าวการชนแก้วระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศปานามา กับรัฐมนตรีต่างประเทศจีนแล้ว เรื่องนี้ทำให้ไต้หวันทั้งเจ็บใจและเสียใจ เพราะนอกจากจะไม่บอกกันตรงๆแล้ว ยังมาหักหน้าไปคบกับจีนอีก และสิ่งที่ทำได้ก็คือ ไต้หวันประกาศตัดความสัมพันธ์กับปานามาทันทีเหมือนกัน
และด้วยความคับแค้นใจ ไต้หวันจึงกล่าวหาจีนว่า ใช้อิทธิพลตัดแขนตัดขาไต้หวัน และกดดันให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แล้วอย่างนี้จะเหลือใครให้ไต้หวันคบอีก
ที่จริงแล้ว จีนแทบไม่จำเป็นจะต้องสานสัมพันธ์ทางการทูตกับปานามาด้วยซ้ำ เพราะทุกวันนี้ จีนก็ค้าขายกับปานามาและอีกหลายๆ ประเทศ โดยไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว แต่ที่จีนทำแบบนี้ ก็เพื่อส่งสัญญาณให้ไต้หวันรู้ตัวว่า อย่าคิดที่จะเทียบชั้นกับจีน และความพยายามตีตัวออกห่างจากจีน จะได้รับผลกรรมที่เลวร้าย
เรื่องของเรื่องก็คือ ตั้งแต่นาง “ไช่ อิงเหวิน” ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเมื่อปลายปีที่แล้ว เธอก็แสดงเจตนารมย์ชัดเจนว่า จีนมี 2 จีน คือมีไต้หวันเป็นประเทศที่มีเอกราชด้วย จีนก็เลยจัดการสั่งสอนให้รู้ตัว ในส่วนของปานามาเอง ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากในการหันไปคบกับจีน เพราะที่ผ่านมา จีนทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่ม ก่อสร้างนู่นสร้างนี่ให้มากมาย เรือสินค้าจากจีนก็ผ่านคลองปานามามากเป็นอันดับสองของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐฯ
แต่ที่น่าเป็นห่วงแทนไต้หวันก็คือ ปานามาคงจะไม่เป็นประเทศสุดท้าย ที่ตัดสัมพันธ์กับไต้หวัน เพราะเชื่อเหลือเกินว่า จีนจะไม่หยุดกดดันไต้หวันเพียงเท่านี้เป็นแน่