ความคืบหน้าหลังจากเหตุการณ์ที่มีผู้หญิงเคราะห์ร้ายพลัดตกลงไปในรางรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ก่อนจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ล่าสุดทางแอร์พอร์ตลิงก์ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระชั้นชิดทำให้คนขับไม่สามารถหยุดรถได้ทันและหน่วยรักษาความปลอดภัยได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เกิดคำถามจากสังคมเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่นั้นได้มาตรฐานหรือไม่
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและจราจร เปิดเผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีข้อสงสัยว่า เหตุใดแอร์พอร์ตลิงก์จึงไม่ทำประตูกั้นชานชาลา ทั้งที่มีกฎกระทรวงปี 2556 ระบุไว้ว่าต้องทำประตูกั้น และกฎนี้มีผลบังคับใช้มา 4 ปีแล้ว และอยากให้ตรวจสอบว่าระยะเวลาในการกดสัญญาณฉุกเฉินนั้นต้องใช้เวลาเท่าไหร่ จึงจะหยุดรถได้ทัน ประกอบกับเจ้าหน้าที่มีเพียงพอในการดูแลเหตุแต่ละสถานีหรือไม่
"ข้ออ้างที่แอร์พอร์ตลิงก์ออกมาบอกว่าทำร่างทีโออาร์มา 2 ปีพึ่งแล้วเสร็จเร็ว ๆ นี้ โดยส่วนตัวมองว่า การทำร่างทีโออาร์สามารถเสร็จเร็วกว่านี้ได้ แต่ให้เหตุผลแบบนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะการทำทีโออาร์ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก หากเอาจริงเอาจังทีโออาร์ต้องทำได้เร็วกว่านี้ และหาผู้รับจ้างได้เร็วกว่านี้ ถ้าทางแอร์พอร์ตลิงก์ให้ความสำคัญกับชีวิตและความปลอดภัยของผู้โดยสาร"
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แอร์พอร์ตลิงก์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องประตูกั้นชานชาลา แอร์พอร์ตลิงค์ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยการกำหนดทีโออาร์ฉบับแรกต้องใช้เวลา 24 เดือน เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ และได้ปรับให้เร็วกว่าเดิม 18 เดือน ส่วนสาเหตุที่ไม่ทำตามกฎกระทรวงที่ออกมาตั้งแต่ปี 56 เพราะระบบของราชการจะต้องตั้งงบประมาณล่วงหน้า 2 ปี และได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนมาโดยตลอด ถือว่าไม่ล่าช้า เพราะได้เร่งตามกำหนดการไว้อยู่แล้ว หลังจากที่ได้งบประมาณเมื่อปี 2559 ก็ได้ดำเนินการทั้งที ซึ่งก่อนหน้าเคยดำเนินการสร้างแล้วแต่เกิดปัญหาที่ผู้จัดซื้อไม่ผ่านมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัย