วัดศาลามีชัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 นำกำลังเข้าตรวจสอบ หลังได้รับข้อมูลว่า ที่นี่เจ้าอาวาสไม่อยู่ในสภาพบริหารจัดการวัดได้ และไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัดมาดูแลผลประโยชน์
เมื่อเดินทางมาถึง ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 41 ได้พบกับพระครูวิชัยนันทคุณ เจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย และพบว่าเบื้องต้นเป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับ คือ พระครูวิชัยนันทคุณอยู่ในสภาพอาพาธหนักไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง พล.ต.อาคม จึงเข้าไปทำความเข้าใจกับเจ้าอาวาส และขออนุญาตเข้ามาช่วยจัดเบียบบริหารจัดการวัด เพราะเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า อำนาจในการดูแลทรัพย์สินวัด ตกอยู่กับนักธุรกิจในพื้นที่เพียงรายเดียว ซึ่งนักธุรกิจคนนี้เป็นทายาทคนที่เจ้าอาวาสเคยแต่งตั้งให้เข้ามาช่วยดูแลผลประโยชน์ในอดีต แต่ไม่ได้มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็น “ไวยาวัจกร”
การตรวจสอบเบื้องต้น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 พบวัดวัดศาลามีชัย มีผลประโยชน์ที่ได้จากหลายช่องทาง เช่น ค่าเช่าแผงค้าที่ใช้พื้นที่วัดเปิดตลาดนัดพบว่ามีหลายร้อยแผงและจัดถึงสัปดาห์ละ 3 วัน ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก รายได้จากรังนกอีแอ่น โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งระบบในรูปแบบเดียวกับวัดวังตะวันตก หากพบว่า ใครยักยอกเงินที่ได้จากผลประโยชน์ของวัด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นอกจากวัดศาลามีชัย วันนี้ทหารมณฑลทหารบกที่ 41 ยังกระจายกำลังเข้าตรวจสอบวัดทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกรวม 6 แห่ง หลังพบว่า วัดเหล่านี้อยู่ในกลุ่มคล้ายกับวัดวังตะวันตก คือ เจ้าอาวาสอยู่ในสภาพอ่อนแอ และมีคนนอกเข้ามาครอบงำหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของวัด ประกอบด้วย วัดศาลามีชัย วัดสมัคคีนุกูล วัดปัณณาราม วัดเชียรเขา วัดยวนแหล และวัดเชิงแตระ
โดยวัดสุดท้ายคือวัดเชิงแตระ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 เปิดเผยว่า พบปัญหาที่ดินซ้อนทับด้วยในลักษณะที่มีกลุ่มธุรกิจกำลังปรับพื้นที่ของวัดเพื่อก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร จึงเตรียมใช้อำนาจ คสช.ออกคำสั่งระงับการดำเนินการไว้ในเบื้องต้น ส่วนภาพรวมพบว่า ยังมีปัญหาในรายละเอียดที่รุนแรงกว่าที่พบในวัดวังตะวันตก
สำหรับการเข้าตรวจสอบ 6 วัดเป็นกรณีเร่งด่วน เกิดขึ้นจากคำร้องขอของพระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ในเวทีที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 นิมนต์พระผู้ใหญ่ทั้งในระดับจังหวัดและเจ้าคณะภาครวมถึงตัวแทนวัดกว่า 90 แห่ง มาประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา วงประชุมนี้ทำให้ได้ข้อมูลว่า เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัดที่อยู่ในสภาพเดียวกับวัดวังตะวันตกหลายสิบวัด แต่ที่รุนแรงสุดคือ 6 วัด ที่ทหารเข้าตรวจสอบวันนี้
และที่น่าสนใจคือการประชุมร่วมกันระหว่างพระสงฆ์และทหารเมื่อวันก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดทางให้ทหารเข้ามาช่วยสะสางกลุ่มหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของวัดทั้งจังหวัดรวม 623 วัด โดยสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราชและคณะสงฆ์ยินยอม
ไม่เพียงเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่วัดที่อยู่ในสภาพมีผู้นำอ่อนแอและถูกครอบงำ ยังเป็นปัญหาของวัดส่วนใหญ่ทั่วประเทศ นี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่พบในงานวิจัยเรื่อง “พระสงฆ์กับทรัพย์สินส่วนตัว” ของ รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา ม.ธรรมศาสตร์ รศ.ดนัย เปิดเผยว่า ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดวังตะวันตกเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาเชิงโครงสร้างองค์กรสงฆ์ เพราะกฎหมายสงฆ์ให้สิทธิ์ขาดกับเจ้าอาวาสในการจัดการวัด เมื่อลงไปสำรวจก็พบปัญหามากมาย ทั้งจากการตั้งพวกพ้อง เครือญาติมาดูแลทรัพย์สินวัด รวมถึงปัญหาเจ้าอาวาสถูกแทรกแซงจากอำนาจอื่น
นอกจากนี้งานวิจัยของ รศ.ดนัย ยังพบว่า แม้จะมีข้อกำหนดและกฎเกณฑ์สงฆ์ที่บังคับให้วัดต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน แต่พบว่า มีเพียงวัดแค่ 180 แห่ง จากวัดทั่วประเทศกว่า 37,000 แห่ง ปฏิบัติตาม โดยที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ มหาเถรสมาคม ก็ไม่มีบทลงโทษหรือมาตรการบังคับ