ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การดำเนินการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวต้องรอ ม.44 แต่มาตราอื่นยังบังคับใช้ปกติยืนยัน มีมาตรการรองรับการออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว อยู่แล้ว อาทิ เปิดให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งในวันที่ 5 ก.ค. 60 จะจัดงานเสวนา ณ กระทรวงแรงงาน เพื่อทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น
ทั้งนี้ ยังมีมาตรการรองรับอื่นๆ เช่น ให้ประเทศต้นทางเร่งพิสูจน์สัญชาติ เพื่อออกวีซ่าทำงานให้ โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสีชมพูที่จะหมดอายุในวันที่ 31 มี.ค. 61 และแรงงานประมง ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 พ.ย. 60 นอกจากนี้ยังมีการออกซีบุ๊ก (Seabook) หรือเอกสารจำกัดการทำงานบนเรือประมง รวมถึงการเจรจาแรงงานแบบจีทูจี รวดเร็ว ไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่มีคนกลาง
ขณะที่ นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กำลังเฝ้ามองดูตัวเลขไหลออกของแรงงานต่างด้าวหลังมีข่าว ม.44 ตัวเลขเริ่มหยุด ทั้งที่ควรจะไหลไปเรื่อยๆ เพื่อออกไปทำให้ถูกต้องก่อนกลับเข้ามาตามเอ็มโอยู (MOU) ส่วนโทษปรับนายจ้างใช้ต่างด้าวผิดกฎหมาย 4-8 แสนบาทต่อ 1 คน ที่มองกันว่ามากเกินไปนั้น ที่จริงแล้วคือโทษตามมาตรฐาน ก่อนหน้านี้ พ.ร.ก.ประมง ม.11 นายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ก็มีโทษปรับเริ่มที่ 4 แสนบาท กฎหมายการใช้แรงงานเด็กก็ปรับ 4 แสนบาทด้วยเช่นกัน
พร้อมกันนี้อยากถามว่า นายจ้างคนไทยมีจิตสำนึกสาธารณะหรือไม่ ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายกัน พ.ร.ก.ต่างด้าวฉบับนี้ก็ไม่ต้องออกมาบังคับใช้กระทรวงไม่ได้ปิดกั้นการจ้างแรงงานต่างด้าว แต่ควรทำผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามเอ็มโอยู หากนายจ้างต้องการใช้แรงงานต่างด้าว ก็สามารถยื่นขอโควตาที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดได้ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ หลัง พ.ร.ก.ต่างด้าวบังคับใช้ ทำให้แรงงานผิดกฎหมายทยอยเดินทางกลับประเทศ แรงงานกลุ่มนี้เมื่อกลับไปเข้าสู่ขั้นตอนนำเข้าตามเอ็มโอยูก็จะสามารถกลับเข้ามาทำงานแบบถูกกฎหมายได้