ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลหลัก ๆ ที่เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ มายื่นเรื่องตรวจสอบ ครม.ว่าเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างหอชมเมืองกรุงเทพฯ หรือไม่ เพราะโครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อ สนช.เมื่อปี 2557
ทั้งนี้ การเดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. วันนี้ ของ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เป็นเพราะอยากให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง กับคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณีที่ ครม.มีมติ ให้ก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานครบนที่ราชพัสดุ โดยให้มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานครดำเนินการโดยไม่ผ่านการประมูล
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นว่ามติ ครม. ดังกล่าวที่อ้างว่า โครงการนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้ปรัชญาแห่งศาสตร์พระราชา เข้าข่ายตามประกาศคณะกรรมการฯ ข้อ 24 ที่ยกเว้นให้โครงการสามารถดำเนินการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ต้องประมูล ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้ไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะหากย้อนตรวจดูถ้อยคำแถลงของของรัฐบาลต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2557 กลับพบว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ไม่เข้าข่ายประกาศคณะกรรมการ ข้อ 22 และ ข้อ 23 เพราะมองว่าการก่อสร้างไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และไม่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นจึง ขอ ให้ ป.ป.ช.ไต่สวนว่า การกระทำของคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขัด ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 53 หรือไม่ และหากพบว่าการกระทำมีความผิด ก็ให้ ป.ป.ช.ให้เสนอเรื่องส่งอัยการ เพื่อส่งสำนวนให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาต่อไป
นายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ผู้รับเรื่อง บอกว่า จะรีบดำเนินการตามขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ต่อไป