ภาพคนงานชาวเมียนมาร์ นั่งเรือข้ามแม่น้ำเมย เพื่อผ่านพรมแดนธรรมชาติที่อำเภอแม่สอด จ.ตาก แทนการผ่านด่านตรวจคนเมือง คลิปนี้ถูกโพสต์ขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการพันธมิตรช่วยเหลือแรงงานเมียนมาร์ ในภาพจะเห็นได้ว่า มีกลุ่มธุรกิจในเมียนมาร์ เตรียมรอรับแรงงานกลับเข้าสู่ประเทศ มีการตั้งของช่วยเหลือ ทำอาหาร คล้ายกับการดูแลช่วยเหลือ
แหล่งข่าวที่ อ.แม่สอด ระบุว่า ภาพที่เห็นเช่นนี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 มิภุนายน หลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมแรงงานผิดกฎหมาย และปรับนายจ้างหลายรายในวันที่ 28 มิถุนายน จากบทลงโทษใหม่ที่ระบุใน พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และอย่างที่มีข่าวปรากฏไปแล้ว ว่ามีเจ้าหน้า 3 นาย ถูกลงโทษในฐานเรียกรับสินบนด้วย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้แรงงานเหล่านี้ เลือกที่จะใช้พรมแดนธรรมชาติ แทนการผ่านด่านตามกฎหมาย
แหล่งข่าวใน อ.แม่สอด ระบุว่า แรงงานที่ข้ามกลับไปเหล่านี้ อาจมีโอกาสสูงที่จะไม่กลับเข้ามาอีก เพราะหากต้องการกลับมาและทำถูกต้องตาม พ.ร.ก. พวกเขาจะต้องไปเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตัวตน ซึ่งจะเป็นปัญหามากกับแรงงานส่วนใหญ่ที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมาร์ ทั้งการที่ต้องมีผู้นำมายืนยันตัวตน การต้องทำหนังสือเดินทาง จากเดิมที่เคยใช้รูปแบบการเข้ามาทำงานผ่านนายหน้า และใช้ใบอนุญาตชั่วคราวสีชมพูก็จะทำไม่ได้อีก รวมทั้งปัญหาใหญ่ คือ การขอใบอนุญาตตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีราคาแพง
ประเด็นที่สำคัญ ที่ต้องจับตามองด้วยก็คือ ท่าทีของเมียนมาร์เอง ซึ่งก็ดูเหมือนต้องการแรงงานกลับประเทศอยู่แล้ว เพราะเมียนมาร์เริ่มเปิดนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในช่วงหลัง และต้องการแรงงานจำนวนมาก
สำหรับประเด็นที่ฝ่ายไทย เร่งแก้ไขในวันนี้ คือ คณะรัฐมนตรี จะเสนอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 ผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายใน พ.ร.ก. ตามมาตรา 101 102 และ 122 ซึ่งระบุโทษรุนแรงไปก่อน โดยให้ยืดไปอีก 120 วัน และยอมรับให้ภาคเอกชน เข้ามาร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์