นายอำเภออรัญฯสั่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน เตรียมเครื่องมือเกษตรใช้แทนแรงงาน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จนถึงตอนนี้ยังประเมินความเสียหายและผลกระทบได้ยาก สำหรับสถานการณ์แรงงานข้ามชาติไหลทะลักกลับประเทศจากผลพวงของการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2560 แม้ล่าสุดรัฐบาลจะผ่อนปรนการบังคับใช้เพื่อลดผลกระทบ แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่

เจ้าของไร่นาภายในอำเภออรัญประเทศจังหวัดสระแก้ว ต้องยุติงานทุกอย่างชั่วคราว เช่นเดียวกับอำเภอโคกสูงและอำเภอตาพระยา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่ทันข้ามวัน หลังนายซอ เค็ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา แถลงมติรัฐบาลกัมพูชาให้สั่งปิดช่องทางอนุโลมตามแนวชายแดน จังหวัดบันเตียเมียนเจย รวม 43 จุด ตั้งแต่วันนี้ (4ก.ค. 60 ) เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่า ป้องกันแรงงามกัมพูชาลักลอบข้ามเมืองทำงานผิดกฎหมาย ไม่ให้ถูกทางการไทยจับกุมตามกฎหมายจัดการแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานแบบเช้าไป-เย็นกลับ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร


สถานการณ์ทำให้ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ เรียกประชุมใหญ่กำนันผู้ใหญ่บ้านเร่งด่วน เพื่อรับมือขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร นายสวนิต ระบุว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐกัมพูชา เชื่อว่า คำสั่งปิด 43 จุดอนุโลมมาจากความเป็นห่วงประชาชนของตัวเองเป็นหลัก  จึงต้องเตรียมแผนรับมือให้ชัดเจน  โดยระยะแรกต้องในพื้นที่จำเป็นต้องเตรียมและจัดหาเครื่องมือการเกษตรเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเพียงพอ ส่วนระยะยาวเชื่อว่า ในระดับนโยบายจะสามารถจัดแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายได้


ส่วนที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของไทยส่งแรงงานชาวเมียนมาร์ผิดกฎหมายกลับไปยังจังหวัดเมียวดีเกือบ 2 หมื่นคนแล้ว  ส่วนประเด็นที่เจ้าหน้าที่เมียนมาร์นำเสนอข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ไทยเรียกรับผลประโยชน์จากแรงงานเมียนมาร์ผิดกฎหมาย บริเวณเส้นทางอำเภอเมืองตาก-แม่สอด  วันนี้นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมตัวแทนทหารและตำรวจ เดินทางไปพบกับ นายทูลวิน ผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี เพื่อขอข้อมูลเรื่องนี้ โดยนายทูลวิน ได้ขอบคุณฝ่ายไทยที่ดูแลแรงงานเมียนมาร์อย่างดีมาโดยตลอด และขอความร่วมมือให้ดูแลระหว่างส่งกลับรอบนี้อีกครั้ง

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้กำชับเรื่องนี้หลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ห้ามเจ้าหน้าที่กักตัวแรงงานที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ส่วนการรับผลประโยชน์ตามข้อมูลที่ปรากฎออกมา ได้สั่งตรวจสอบแล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริงก็เอาผิดเต็มที่


ส่วนท่าทีของภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แรงงานข้ามชาติไหลกลับประเทศ วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.  แม้ภาพรวมจะพอใจการแก้ปัญหารัฐบาลที่จะใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้กฎหมายใหม่บางมาตรา แต่ก็ยืนยันว่า รัฐบาลควรดำเนินการเพิ่มเติมตามข้อเสนอ 4 ประเด็นของ กกร. ประกอบด้วย  เปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวอีกครั้ง  เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นเพื่อให้กฎหมายใหม่บังคับใช้ได้อย่างเห็นผลสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง กำหนดหนดการจ่ายค่าชดเชยแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานกับนายจ้างในประเทศ และควรประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงานมากขึ้น


สำหรับมาตรการผ่อนปรนลดผลกระทบแรงงานข้ามชาติไหลกลับ รัฐบาลใช้มาตรา 44 ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 รวม 4 มาตรา ประกอบด้วย 

มาตรา 101 ว่าด้วยการเอาผิดลูกจ้างคนต่างด้าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2000 บาทถึง 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 102 ว่าด้วยการเอาผิดนายจ้างที่รับคนมาทำงานในอาชีพพิเศษบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

มาตรา 122 ว่าด้วยการรับคนที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำงาน โทษ โทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาทถึง 800,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

มาตรา 119 ว่าด้วยการทำงานโดยไม่มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนทราบ โทษ ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ