เจ้าของไร่นาภายในอำเภออรัญประเทศจังหวัดสระแก้ว ต้องยุติงานทุกอย่างชั่วคราว เช่นเดียวกับอำเภอโคกสูงและอำเภอตาพระยา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่ทันข้ามวัน หลังนายซอ เค็ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา แถลงมติรัฐบาลกัมพูชาให้สั่งปิดช่องทางอนุโลมตามแนวชายแดน จังหวัดบันเตียเมียนเจย รวม 43 จุด ตั้งแต่วันนี้ (4ก.ค. 60 ) เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่า ป้องกันแรงงามกัมพูชาลักลอบข้ามเมืองทำงานผิดกฎหมาย ไม่ให้ถูกทางการไทยจับกุมตามกฎหมายจัดการแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานแบบเช้าไป-เย็นกลับ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร
สถานการณ์ทำให้ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ เรียกประชุมใหญ่กำนันผู้ใหญ่บ้านเร่งด่วน เพื่อรับมือขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร นายสวนิต ระบุว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐกัมพูชา เชื่อว่า คำสั่งปิด 43 จุดอนุโลมมาจากความเป็นห่วงประชาชนของตัวเองเป็นหลัก จึงต้องเตรียมแผนรับมือให้ชัดเจน โดยระยะแรกต้องในพื้นที่จำเป็นต้องเตรียมและจัดหาเครื่องมือการเกษตรเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเพียงพอ ส่วนระยะยาวเชื่อว่า ในระดับนโยบายจะสามารถจัดแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายได้
ส่วนที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของไทยส่งแรงงานชาวเมียนมาร์ผิดกฎหมายกลับไปยังจังหวัดเมียวดีเกือบ 2 หมื่นคนแล้ว ส่วนประเด็นที่เจ้าหน้าที่เมียนมาร์นำเสนอข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ไทยเรียกรับผลประโยชน์จากแรงงานเมียนมาร์ผิดกฎหมาย บริเวณเส้นทางอำเภอเมืองตาก-แม่สอด วันนี้นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมตัวแทนทหารและตำรวจ เดินทางไปพบกับ นายทูลวิน ผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี เพื่อขอข้อมูลเรื่องนี้ โดยนายทูลวิน ได้ขอบคุณฝ่ายไทยที่ดูแลแรงงานเมียนมาร์อย่างดีมาโดยตลอด และขอความร่วมมือให้ดูแลระหว่างส่งกลับรอบนี้อีกครั้ง
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้กำชับเรื่องนี้หลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ห้ามเจ้าหน้าที่กักตัวแรงงานที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ส่วนการรับผลประโยชน์ตามข้อมูลที่ปรากฎออกมา ได้สั่งตรวจสอบแล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริงก็เอาผิดเต็มที่
ส่วนท่าทีของภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แรงงานข้ามชาติไหลกลับประเทศ วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. แม้ภาพรวมจะพอใจการแก้ปัญหารัฐบาลที่จะใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้กฎหมายใหม่บางมาตรา แต่ก็ยืนยันว่า รัฐบาลควรดำเนินการเพิ่มเติมตามข้อเสนอ 4 ประเด็นของ กกร. ประกอบด้วย เปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวอีกครั้ง เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นเพื่อให้กฎหมายใหม่บังคับใช้ได้อย่างเห็นผลสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง กำหนดหนดการจ่ายค่าชดเชยแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานกับนายจ้างในประเทศ และควรประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงานมากขึ้น
สำหรับมาตรการผ่อนปรนลดผลกระทบแรงงานข้ามชาติไหลกลับ รัฐบาลใช้มาตรา 44 ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 รวม 4 มาตรา ประกอบด้วย
มาตรา 101 ว่าด้วยการเอาผิดลูกจ้างคนต่างด้าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2000 บาทถึง 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 102 ว่าด้วยการเอาผิดนายจ้างที่รับคนมาทำงานในอาชีพพิเศษบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน
มาตรา 122 ว่าด้วยการรับคนที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำงาน โทษ โทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาทถึง 800,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน
มาตรา 119 ว่าด้วยการทำงานโดยไม่มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนทราบ โทษ ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท