ร้อง"ศรีวราห์" ถูกตำรวจยัดข้อหาฆ่าคนตาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สาวหนองคายร้อง รองผบ.ตร. ถูกตำรวจ สน.ประชาชื่น ยัดข้อหาฆ่าคนตาย ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ยันชื่อ "บังอร คำพวง" ในทะเบียนราษฎร์ มีอยู่ทั้งหมด 5 คน ซึ่งมี 3 คน อยู่ในตำบลเดียวกัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธาน เครือข่ายต่อต้านการ บ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พานางบังอร คำพวง อายุ 51 ปี พร้อมสามี ที่ถูกตำรวจ สน.ประชาชื่น ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต มาร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นางบังอร กล่าวว่า ตนเองไม่ใช่ผู้กระทำความผิด โดยวันเกิดเหตุตนเองอยู่กับสามีที่บ้านใน อ.บางบ่อ จ.หนองคาย และก่อนหน้านี้ตนไม่ได้ใช้นามสกุล "คำพวง" แต่ใช้นามสกุลอื่น แต่เพิ่งมาเปลี่ยนมาใช้นามสกุล "คำพวง" ตอนจดทะเบียนสมรสกับสามี เมื่อปี 2537 และยังมีชื่อเล่นว่า อร ไม่ได้ชื่อ อ้อย ตามที่ปรากฏในสำนวนคดี รวมทั้งยืนยันว่ามีสามีแค่คนเดียว และหลังจากที่ตำรวจนำตัวตนเองมาดำเนินคดี ก็ไม่ได้มีการชี้ตัวผู้ต้องหา ไม่มีการสอบปากคำตนเองและสามี โดยตนได้ให้การปฏิเสธกับพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ร้องเรียนเรื่องนี้กับพนักงานอัยการ โดยวันนี้ได้นำตัวสามี มายืนยันว่าวันเกิดเหตุได้อยู่กับสามีจริงๆ นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ชื่อ บังอร คำพวง ในทะเบียนราษฎร์ มีอยู่ทั้งหมด 5 คน ซึ่งมี 3 คน อยู่ในตำบลเดียวกัน อีก 2 คน อยู่ในจังหวัดอื่น และใน ต.บางบ่อ มีคนที่ชื่อบังอร ชื่อเล่นว่า อ้อย อยู่ในตำบลเดียวกันด้วย ตนจึงสงสัยว่าทำไมจึงมาดำเนินคดีกับตน

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้นำเรียนไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปราม โดยผบ.ตร. มอบให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง วันนี้ได้สั่งตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ทำการสืบสวนสวบสวน หาพยานหลักฐานใหม่ทั้งหมด เพื่อยื่นให้พนักงานอัยการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่การรื้อคดีใหม่ แต่เป็นการทำสำนวนขึ้นมาใหม่ เพื่อส่งให้อัยการพิจารณา โดยจะต้องมีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ของนางบังอร เทียบเคียงกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุและสอบปากคำใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามกรณีนี้พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ส่งสำนวนคดีไปให้พนักงานอัยการแล้ว ทางตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หากผลการตรวจพิสูจน์พบว่านางบังอร ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจริง และหากจะมีการเอาผิดกับตำรวจในท้องที่ ที่ทำคดีนี้ จะต้องส่งเรื่องนี้ไปให้กองกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการต่อไป

สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอศาลสรุปในทำนองมีใจความว่า "สาวใหญ่หนองคายวัย 50 ปี(ผู้ต้องหาที่1 )ได้มากับชายไทยไม่ทราบชื่อและนาม สกุล( ผู้ต้องหาที่2 )ซึ่งเป็นสามีใหม่ของผู้ต้องหาที่ 1 นั้นได้มาดื่มสุราและอาหาร กับผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ตาย และเป็นอดีตสามีของผู้ต้องหาที1ด้วย!โดยขณะดื่มสุรากันนั้นผู้เสียหาย หรือผู้ตายเกิดมีอารมณ์ทางเพศ โดยจะขอมีเพศสัมพันธ์กับตัวผู้ต้องหาที่ 1 ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่สองซึ่งเป็นสามีใหม่เกิดความหึงหวงและไม่ยินยอม จึงเกิดการต่อสู้กับผู้เสียหายหรือ ผู้ตายโดยมีผู้ต้องหาที่1 ใช้อาวุธมีด ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสและต่อมาผู้เสียหายถึงแก่ความตาย

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ